Friday,27th January 2012
ไดหน้าที่แล้วParcel นะคะไม่ใช่ Pascel
ขอบใจเอ๋ยมากที่บอกนะจ๊ะ
(บางทีคนฉลาดอย่างดิชั้นก็โง่เป็นเหมือนกันนะ กร๊ากๆๆๆ)
ก่อนที่ะเริ่มเขียนเรื่องวันนี้ขอเล่าเรื่องการหาหมอ
ในแดนกีวีก่อน เผื่อใครต้องมาตกระกำลำบากที่นี่
จะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร (แหมมีสาระนะยะ)
คนที่นี่ทุกคนจะมีหมอประจำตัวที่เรียกว่า GP
เรียกแบบเต็มยศว่า General Practice
ก็คือหมอตรวจโรคทั่วไปเหมือนบ้านเรา
แต่ที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราอย่างหนึ่งคือไม่ว่าจะเป็นอะไร
เราจะต้องไปหาจีพีก่อน จู่ๆจะโผล่ไปโรงพยาบาล
หรือคลีนิคเฉพาะทางด้วยตัวเองไม่ได้
จีพีจะตรวจ ซักถามแล้วทำใบส่งตัวไปยังที่ต่างๆ
ตามความเหมาะสม เรื่องยา เราจะไปซื้อเองตามร้าน
ก็ไม่ได้ ยกเว้นยาพื้นฐาน ต้องไปหาจีพีแล้วจีพีจะให้ใบสั่งยา
ไปซื้อได้ตามร้านขายยา (ที่มีเภสัชกรณืเท่านั้น ขอย้ำว่าเท่านั้น)
สรุปไม่ว่าจะเป็นอะไร ยกเว้นอุบัติเหตุหนักๆ
ก็ต้องไปหาจีพีก่อน แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหลัง
จากที่จีพีปิดแล้วก็ต้องไป 24 Hours Surgery
(ที่ต้องไปนั่งรอประมาณ 50 ชาติกว่าๆ)
เอาล่ะมาเข้าเรื่องดีกว่าเนอะ
เจ็บขามาตั้งแต่โน่นเดือนกันยาปีที่แล้วโน่นนนน
ตอนแรกก้เฉยๆเดี๋ยวมันก็หาย อย่างที่เคยเป็น
แต่........เดือนนึงผ่านไปมันก้อยังสม่ำเสมอนะคะ
(ทีท่านยังไม่สม่ำเสมอแบบนี้เล้ย)
บ่นทุกวันจนท่านทนไม่ไหวอยากจะกระโดดถีบ
เลบต้องไปหาจีพีนั่นแหละค่ะ ติอนที่เราไปหาจีพี
ก็บอกไปว่าเรานั้นได้ลื่นแต่ไม่ได้หกล้มแล้วมันก็ไม่หาย
คือคนที่นี่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่เป็นอุบัติเหตุ
จะมีหน่วยงานที่เรียกว่า ACC เป็นคนจ่าย
แตจ่ไม่จ่ายหมดเสียทีเดียวเราต้องจ่ายสมทบด้วยแต่ไม่มาก
ดังงัน้นไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อยไปจนถึงใหญ่หลวง
เอซีซีก็จะเป็นคนจ่าย ถ้าเป็นเคสใหญ่ๆที่ต้องหยุดงานกันนานๆ
ก็ต้องมีการสืบสวนสอบสวนด้วย ไม่งั้นคนจะโกหกว่า
มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่สามารถทำงานได้กันหมดทั้งประเทศ
ACC มีชื่อเต็มว่า The Accident Compensation Corporation
ดังนั้นวันที่เราไปหาหมอ หมอก็ไถ่ถามว่าขาที่เจ็บนั้นท่านได้แต่ใดมา
เราก็เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น หมอเขาไม่เซ้าซี้มากหรอก
แต่จะต้องเขียนรายงานเท่านั้นเอง พอได้ข้อมูลแล้วหมอก็
ทำการส่งตัวไปทำกายภาพบำบัด
คือรู้อยู่แล้วอ่ะว่าต้องไปทำกายภาพบำบัด แต่มันไปเอง
ไม่ได้อ่ะต้องให้จีพีส่งตัวไปสถานเดียว (ให้ตรูเสียเงินตลอดเลยนะ)
เราไปทำกายภาพบำบัดมาตั้งแต่เดือนตุลา
เขาไม่ได้ทำอะไรมากมาย แค่เอาอะไรเย็นๆมาทา แล้วเอาอะไรไม่รู้
มาเขี่ยๆ เสร็จแล้วก้อนวด 2-3 ที แล้วเอาไอ้แม่เหล็กมาวางทับ
ทำมาสัก 3 เดือน ไม่ดีขึ้นเลย
คนที่ทำกายภาพบำบัดให้เรา เลยต้องส่งตัวเรา
ไปหาหมอเฉพาะทาง ที่เป็นหมอเชี่ยวชาญทางด้าน
อุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา (ชื่อหรูเชียวนะแต่ช้านไม่เคยเล่นกีฬาเล้ย)
ที่ที่เราไปชื่อว่า SportMed ที่นี่มีหมอผู้เชี่ยวชาญ
ที่เก่งๆหลายคนเลยล่ะ นี่แหละที่ชั้นอยากมาหาแต่แรก
แต่ว่ามาหาด้วยตัวเองไม่ได้อ่ะ ต้องให้มีการส่งตัวมา
ที่นี่มีหมอประจำทีม ALL BLACKS อยู่ด้วย
ท่านกาเร็ธบอกด้วยความภูมิใจว่า ทุกครั้งที่ท่านเขามาที่นี่
เขาหาหมอคนนั้นเสมอ เชอะขี้โม้เหมือนกันนะท่าน
แต่กรณีเรามันแค่จิ๊บๆ เลยไม่ได้หาหมอคนดังอย่างเช่นคุณท่าน
เราได้หาหมอชื่อเมล แต่ว่าชั้นชิอบหมอของชั้นมากเลย
หมอเราจะออกห้าวๆ ตามประสาหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้อ่ะ
เพราะต้องเป็นคนแอ็คทีฟมากๆ
หมอคุยเก่งมากกกกก ห้าวเป้งสมใจ กร๊ากๆๆๆ
ครั้งแรกหมอทำความคุ้นเคยมากกกกกกก
ให้ถอด (อย่าคิดมาก) แค่ถอดถุงเท้า รองเท้า
แล้วหมอผู้น่าสงสารก้อทำการสำรวจ " Man Feet "ของเรา
ทุกซอกทุกมุม (ชื่อนี้ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใครเป็นคนตั้ง)
น่าสงสารหมอเป็นที่สุดเพราะวันนั้นไม่ได้เตรียมตัว
ไม่รู้ว่าหมอจะเล่นกับแมนฟีต มาแบบลูกทุ่งสุด
หมอลูบคลำเท้าไปปากก็พูดว่า
"เท้าเธอใหญ่นะ ตัวนิดเดียว"
"เท้าแบนนะ"
"อึม เท้าด้านนะ"
"เอ้า มีตาปลาด้วย"
สารพัดเลย แค่นี้ก็จะเอาหน้าซุกดินหนีแล้ว
ทนอับอายขายขี้หน้าอยู่นาน หมอตรวจเสร็จก้อมาเล่น
ที่เข่าบ้าง มาจับโน่นจับนี้ แล้วก้เล่นโน่นเล่นนี้
จนหมอพอใจ แล้วก้อบอกว่า จะให้ไปทำกายภาพบำบัด
แล้วมาพบหมออีก 2 อาทิตย์ข้างหน้า
วันนั้นพอออกมาจากพบหมอ รีบด่าท่าน
เรา: แกรู้ใช่มั้ยว่าหมอจะเล่นกับแมนฟิต แล้วทำไมแกไม่บอกชั้นล่วงหน้า"
ท่าน : ไม่พูดได้แต่ยิ้มอย่างดีใจ (ที่เมียขายหน้า)
เรา : แกรู้มั้ยชั้นอายหมอขนาดไหน
ท่าน : ยิ้ม ไม่รู้ไม่ชี้
เรา : ถ้าหมอ เขียนลงในใบส่งตัวไปให้นักกายภาพบำบัด
ว่า Caution this person has man feet แล้ว
ชั้นจะทำยังงัย
ท่าน : กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (ชอบใจเป็นที่สุด)
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราต้องเตรียมพร้อมอยู่เสมอ
เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา
จากนั้นมาทุกครั้งที่จะไปทำกายภาพบำบัด
ดิชั้นจึงต้องขัดสี ฉวีวรรณ แมนฟีตเป็นอย่างดี
ทั้งนวด ทั้งทาครีม ตัดเล็บ ขูดขี้เล็บ
ตอนนี้แมนฟีตได้กลายเป็น เท้าผู้ดีไปแล้วนะคะ 555
ไปทำกายภาพบำบัดมาสองครั้ง
ชอบยคนที่ทำกายภาพที่นี่มาก ยังเด็กอยู่เลย
มาจากอังกฤษ ที่นี่จะสอนให้ออกกำลังกาย
เพื่อช่วยให้ขาหายเจ็บที่ต้องเอาไปทำเป็นการบ้าน
น้องเขาสอนดิชั้นให้ทำโน่นทำนี่
พอจะกลับบ้าน ดิชั้นลืมหมดเลยค่า น้องเขาเห็นดิชั้นหน้าโง่ๆ
เลยเขียนใส่กระดาษมาให้
(ก้ดิชั้นกับการออกกำลังกายเนี่ยเราไม่เคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันนะคะ)
จากนั้นก็ขยันทำการออกกำลังกายตามที่
น้องนักกายภาพให้โจทย์มา โดยมีท่านมา
ติติงอยู่ไม่ห่าง
"นี่มันแค่เบาะ แกอย่าทำท่าจะเป็นจะตายได้มั้ย"
"แกทำอย่างที่เขาสั่งหรือเปล่า"
"อะไรทำแค่นี้เอง ตอนชั้นเค้าให้ทำเป็น 20 อย่าง"
"ไปทำที่พื้นโน่น อย่ามาทำบนเตียงมันนุ่มไป "
บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แค่นี้ก้อยังหาเรื่องด่าได้เป็นหางว่าวนะคะท่าน
เอ้อกรรมของชั้นจริงๆ
ผ่านไปสองอาทิตย์ต้องกลับไปหาหมอ
วันนี้ ได้ทำการ Man Feet Make Over ไปด้วยนะคะ อิอิ
แมนฟีตสวยงามอลังการ (เหรอ) ไปเลยค่า
วันนี้ต้องนั่งรถเมล์ไปเองค่ะ เพราะท่าน
ไปทำงาน ดิชั้นก็ทำการสำรวจเส้นทาง
ทำการบ้านไปเป็นอย่างดีมากกกกกกกกก
แต่สมัยนี้ เส้นทางรถเมล์ในไครช์เชิชมันมั่วยิ่งกว่าการเมืองไทยเสียอีก
เพราะมีการซ่อมถนนหลายสายมากกกก
รถเมล์ก้อต้องเปลี่ยนเส้นทางบ้างล่ะ
บางป้ายก็ปิดบ้างล่ะ (เอาล่ะชั้นจะไปถึงหรือเปล่าเนี่ย)
สรุปเลือกไปสาย 45 แต่............(มีแต่ตลอดนะแก)
มันไม่ผ่านค่า ต้องเดินไกล 200 ไมล์
ไม่อยากบอกว่าไปสาย 4 นาที แต่โชคดีที่หมอติดพัน
กับคนไข้ก่อนหน้าเรา เลยไม่เป็นไร รอดตายไป
วันนี้เนืองจากอาการดีขึ้นมาก หมอเลย
เล่นกับแมนฟีตไม่นาน แล้วก็ส่งไปหา
Podiatry ไม่เคยได้ยินล่ะซี่ งงเปล่า อิอิ
ปาไดเอทรี นี่ก็คือผู้เชี่ยวชาญทางด้านเท้าค่ะ
นี่ก็แสดงว่าจะมีคนเล่นกับ แมนฟีตอีกแล้วเหรอเนี่ย
ให้ตายเหอะ Leave my Feet alone ได้กันบ้างมั้ยคะ
ยังดีที่กว่าจะเจอผู้เชี่ยวชาญก็ดือนหน้า
(แต่มันก้ไม่กี่วันแล้วนะ) ยังมีเวลา เมค โอเวอร์
สรุปว่าวันที่ 7 เดือนหน้า ต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านเท้า
วันที่ 8 ต้องไปทำกายภาพบำบัด
ถ้ายังไม่หายขาด หนึ่งเดือนต้องมาหาหมออีกครั้ง
ทำไมต้องไปหาผู้เชี่ยวชาญด้านเท้าด้วยคะ
เพราะว่าทุกส่วนของร่างกายคนเรามันจะเกี่ยวโยง
กันหมด บางทีคนที่เจ็บจาสาเหตุอาจจะมาจากเท้าก็ได้
หรือจากส่วนอื่นๆของร่างกาย ดังนั้นถ้าไปหาผู้เชี่ยวชาญเรื่องเท้า
มันอาจจะช่วยให้ขาหายเร็วขึ้น
หมอบอกว่าบางทีกล้ามเนื้อที่ขาของเรา
อาจจะต้องทำงานหนัก เพราะเราเป็นเชฟยืนทั้งวัน
ดังนั้นเราต้องใช้กล้ามเดนื้อที่ก้นช่วย
หา ????? อะไรนะคะ กล้ามเนื้อที่ก้น ?????
มีด้วยเหรอคะ ไม่เคยรู้เลย
ก็มีสิ และมันก้ขี้เกียจมากกกกก
ไม่ยอมทำงานปล่อยให้ขาทำงานอย่างเดียว
แหมไอ้ก้นขี้เกียจ เดี๋ยวเถอะจะจับตีซะให้เข็ด
หมอบอกว่าเวลายืนให้ใช้กล้ามเนื้อที่ก้นด้วย
งงอะ ทำยังงัยกัน เกิดมาไม่เคยยืนด้วยก้น กร๊ากๆๆๆๆ
ไม่ใช่ นังโง่ แค่ใช้กล้ามเนื้อก้น ไม่ให้ยืนกับก้นสักหน่อย
เวลายืน เราก็ต้องขมิบก้น แล้วเอาน้ำหนัดกไปไว้ที่ก้น
ขาจะได้สบายๆ ไม่ต้องรับแรงทั้งหมด เวลาที่ออกกำลังกายเราก้ต้อง
ขมิบก้นเพื่อให้ก้นทำงานบ้าง
ตอนแรกพูดไปเหมือนตลก แต่พอลองทำดูเออจริงว่ะ
กล้ามเนื้อที่ก้นมันมีจริงและมันมีเยอะด้วย
ดังนั้นตอนนี้ถ้าใครเห็นดิชั้นขมิบก้นตลอดเวลา
อย่าหาว่าขมิบตดนะคะ นั่นดิชั้นกำลังออกกำลังกายอยุ่ค่ะ 555
เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังความคืบหน้าเรท่องขา
และแมนฟีตนะคะ หน้านี้ยาวแล้ว
คุณแนน ยินดีที่รู้จักค่า ใช่ค่ะ เราเป็นคนใต้เกิดที่พัทลุง
ในชีวิตนี้อยู่พัทลุงมาจนถึงอายุ 18 แล้วก็ไม่ได้
กลับไปอีกเลย (หมายถึงกลับไปอยู่) แต่คิดถึงพัทลุงเสมอค่ะ
นครกับพัทลุงก็พี่น้องกันนะคะ