วันนี้ขอเข้าสู่โหมดชีวิตประจำวันก่อนนะ พักเรื่องสัตว์เลี้ยง
แสนรักไว้แป๊ปนึง เดี๋ยวเบื่อกันเสียก่อน
อาทิตย์นี้ก็เป็นอาทิตย์ที่เราทำงานที่นี่ครบสี่ปีแล้วนะ
เราเป็นคนที่ทำที่นี่นานที่สุดเลยในบรรดาพนักงานทุกคน
เรียกว่าเป็นคุณยายของที่นี่เลยล่ะ คนเรายิ่งทำงานที่ไหนนานๆมันก็ยิ่งเบื่อใช่ไหมล่ะ
เราก็เบื่อที่นี่มากๆเลยแต่ก็ทนนะทนมา 4 ปีเชียว
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเราเริ่มงานตอนบ่ายสาม
ไปถึงหัวหน้าเชฟก็บอกว่าคืนนี้เราไม่มีคิทเช่นแอนด์ช่วยนะ
ป่วยทั้งสองคน เราก็โอเคๆไม่ว่าอะไร ก็ถามว่าแล้วเจ้าของร้านโทรหาคิทเช่นแฮนด์
คนอื่นมาทำแทนหรือเปล่า คำตอบคือเปล่าอะ
เรานี่ก็อึ้งมากอะไรจะให้ชั้นทำงานในครัวคนเดียวเหรอจะบ้าไปมะ
หัวหน้าเชฟก็บอกว่าเจ้าของร้านหาคนมาช่วยเราคนนึงแต่เป็นพนักงานบาร์
อะไรกันจะให้เราทำกับคนที่ไม่รู้อะไรในครัวเลยเหรอ
เราก็เริ่มโมโห หัวหน้าเชบอกว่าถ้ายุ่งก็เรียกเขาแล้วกันเพราะเจ้าของร้าน
ให้เขาออนคอล เราก็งง ทำไมไม่ให้หัวหน้าเชฟมาช่วยเราทำไมให้เป็นออนคอลด้วย
แล้วเวลายุ่งๆนะเวลาโทรเรียกฏ้ไม่ใช่ว่าเขาจะมาได้ภายใน 5 วินาทีสักหน่อย
อย่างน้อยทีสุดก็ 10-15 นาที 10-15 นาทีเวลายุ่งๆในครัวนี่มันถือว่านานมากเลยนะ
เราแบบว่าโกรธมากที่สุดจนหูอ้อเลยละ ที่จริงเชฟอีกคนก็หยุเด ทำไมไม่โทรตามมาล่ะ
หัวหน้าเชฟก็ยินดีกลับมาช่วยเราแบบเต็มที่ไม่ออนคอลแตเธอไม่อนุญาติ
คือเธอกลัวจะต้องเสียตังส์เพิ่มนะ คือที่นี่นะใช้งานพวกเราโหดมาก
เราป็นคนทำงานเร็วที่สุดในบรรดาเชฟทั้งหมดของที่นี่เจ้าของร้านก็ประมาณว่า
เออเวลาเราทำนี่แทนที่จะมีคิทเช่นแอนด์สองคนก็เหลือแค่คนเดียวก็ได่
ยาย่าทำได้อยู่แล้ว จากที่คืนวันอังคารมีเชฟสองคนก็ลดเหลือคนเดียวก็โอเคเราทำได้
เราก้อไม่บ่นอะไร ยิ่งไม่บ่นยิ่งได้ใจเอาเปรียบเราเข้าไปใหญ่
เธองกจริงๆเลยนะเจ้าของร้านนี่ ถ้าเธอจะประหยัดสักเซ้นตืสองเซ็นต์ได้เธอก็จะทำ 555
ยิ่งช่วงนี้เข้าหน้าหนาวแล้วที่ร้านไม่ยุ่งเหมือนหน้าร้อนแต่ก็ถือว่ายังยุ่งอยู่
เธอก็เริ่มตัดเชฟออกบ้างคิทเช่นแฮนด์ออกบ้าง เราก็ช่างมันจะทำอะไรก็เชิญ
เราเป็นเชฟประจำเซ็นตืสัญยา 40 ชั่วโมงตออาทิตยื ตอนนี้ทำแค่ 36 ชั่วโมง
เราก็ขี้เกียจบ่นแล้ว บ่นจนเบื่อที่จะบ่น
คืนวันอังคารมันสุดทนจริงๆเราก็ทำตัวเหมือนนางเอกหนังฝรั่ง
เลยนะถอดถ้ากันเปื้อนทิ้งแล้วก็บอกบาร์เมเนเจอร์ว่าชั้นทนไม่ไหวแล้วนะ
อย่างนี้มันเอาเปรียบกันจนเกินไปเราเริ่มร้องไห้ด้วยแหละ แล้วก็บอกว่าชั้นลาออกแล้วนะ
เรียกกาเร็ธให้มารับแล้วก็ออกมาเลย เล่าให้กาเร็ธฟังกาเร็ธก็บอกว่าเราทำถูกแล้ว
เรารักสามีขึ้นมาจับใจไม่มีใครเข้าใจเราดีเท่ากาเร็ธอีกแล้ว
ตอนแรกคิดว่าจะโดนว่าว่าทำไมด่วนตัดสินใจ แต่ไม่เลยนะกาเร็ธแบบว่า
เข้าใจมากบอกว่าไม่ต้องห่วงอะไร เรื่องบ้านถ้าผ่อนไม่ไหวเราสองคนก็ย้ายกลับ
ไปอยู่กับพ่อกับแม่แล้วก็ปล่อยบ้านนี้ให้เขาเช่า เราก็ต้องผ่อนอีกนิดบวกกับค่าเช่า
สามีเรานี่ประเสริฐจริงๆเข้าข้างเราทุกอย่างเลย
ทุกคนที่ร้านกลุ้มกันมากที่เราแบบว่าลาออกกระทันหันมาก เรากลับไป
ทำงานอีกทีวันพฤหัสทุกคนเข้ามากอดเราแล้วบอกว่าดีใจมากที่เรา
กลับมาทำไม่หายไปเลย หัวหน้าเชฟเล่าว่าเมื่อวันพุธบรรยากาศที่ร้าน
เงียบมากๆไม่มีใครคุยกับใครเลย ทุกคนคิดถึงเรามาก
เราก็แอบปลื้มนิดนึงนะ เราก็ถามว่าคืนวันอังคารเป็นไงบ้างหัวหน้าเชฟ
บอกว่านรกมากๆ พอเราเดินออกไปหัวหน้าเชฟก็ต้องทำงานแทน
ทำกับคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย ที่เจ้าของร้านเอามาช่วย
ยุ่งกันมาก บาร์เมเนเจอร์ต้องเข้ามาช่วยในครัว ทุกคนโกรธเจ้าของร้านกันมาก
แต่ไม่มีใครโกรธเราสักคนที่เดินหนีไป 555 ทุกคนบอกว่าเข้าใจเราดี
เราก็ดีใจนะ ตอนนี้ก็ยื่นใบลาออกไปแล้วที่จริงหลังยื่นนี่ทำแค่
2 อาทิตย์ก็จบแล้วแต่เราต้องทำ 5 อาทิตย์พราะว่าหัวหน้าเชฟจะไปเที่ยว
ที่ออสเตรเลีย เขายื่นใบลาหยุดมาเป็น 6 เดือนแล้วเราเลยไม่อยากเห็น
แก่ตัวมากก็ช่วยทำไป เขาจะได้ไปเที่ยวสนุกๆไม่ต้องกังวลมาก
เราก็จะทำอีก 5 อาทิตย์ที่เหลือให้เป็น 5 อาทิตย์ที่มีความสุข จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
ใครจะเอาเปรียบยังไงก็เชิญ กะว่าเสร็จ 5 อาทิตยืแล้วจะหยุดพักสักพักนึงให้หายเหนื่อย
ยังไม่ได้บอกลูกค้าเลยนะว่าเราลาออก เราน่ะมีลูกค้าติดเยอะมากเลยนะ
ขอชมตัวเองหน่อยเถอะ 555
เมื่อวันพุธเราหยุดไม่ไปทำ ขอพักผ่อนให้หายโกรธสักหน่อย ลูกค้ามาไม่
เจอเราก็ถามกันใหญ่ วันพฤหัสเรากลับไปทำ ลูกค้าบอกว่าได้ข่าว
ว่เรากลับมาแล้วก็รีบมาเลยนะเนี่ย ก็แอบดีใจเล็กๆเหมือนกันนะ
ตอนแรกราว่าจะเอารูปเรากับที่ทำงานมาลง แต่เปลี่ยนใจไม่ลงรูปดีกว่า
เราเขียนแบบวนไปวนมาตามอารมณ์มากเลยวันนี้ ใครอ่านแล้วงงๆก็อย่าว่ากันนะจ๊ะ
ไปสงบอารมณ์ด้วยการทำงานบ้าน กวาดบ้าน ดูดฝุ่น ซักผ้า ล้างห้องน้ำ
รู้สึกดีขึ้นแล้วแต่ขอมาบ่นต่ออีกนิดนึงนะ ไหนๆก็บ่นแล้วขอบ่นใจบซะเลย
เมื่อสองอสทิตย์ที่แล้ว เราเริ่มโกรธเจ้าของร้านเพราะจู่ๆเราก็ได้นรับ
โทรศัพท์มาตามให้ไปทำงานวันหยุดอีกแล้ว เราก็ว่าถ้ามีคนป่วยในครัวเราก็ไปทำให้ไม่
บ่นอยู่แล้วแต่นี่คนที่บาร์ป่วย มาตามเราไปทำแล้วจะเอาหัวหน้าเชฟปทำที่บาร์เราก็อะไรเนี่ย
ไม่แฟร์เลยนะแต่ก็ไปทำให้ ตามประสานังแจ๋ว 555
ที่จริงถ้าเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นเนี่ยเราไม่เกี่ยวเลยนะ เจ้าของร้านต้องมาทำ
เพราะเขาทำที่บาร์ แต่ธอบอกว่าวันหยุดเธอเธออยากหยุด แล้วเราล่ะ วันหยุดไม่อยากหยุดบ้างหรือไง
เธอมาแก้ตัวว่าถ้าเราจะโกรธให้ไปโกรธคนที่ป่วยเราก็อะไรวะคนจะป่วยกันไม่ได้หรือไง
ทำไมต้องไปโกรธเขาด้วยเขาไม่ได้ทำอะไรผิด
เราก็เข้าใจนะว่าเป็นเจ้าของร้านมันมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นอยู่แล้ว
แต่เธอจะมาให้เราทุ่มเทชีวิตเราให้กับร้านเธอน่ะเราไม่ทำหรอก
วันหยุดเราๆก็อยากพักผ่อนกับกาเร็ธ ทำอาหารให้กาเร็ธกับบอยกิน นี่อะไรโดนตามไปทำงานตลอด
ที่ผ่านมาชีวิตเหมือนเอาไปผูกไว้กับร้านเลย เวลาเธอได้กำไรไม่เห็นจะมาแบ่งเราสักเหรียญ555
เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีคิทเช่นแฮนด์ป่วยเธอโทรไปด่าเขาเฉยเลย
ไม่รู้ว่าเอาสมองส่วนไหนคิด คนนะไม่ใช่คูโบต้าจะไม่ให้ป่วยได้ไง
(แอบเอาคำน้องแคร์มาพูด)
เธอบอกว่ามีคนป่วยแล้วเธอต้องวุ่นวายหาคนอื่นมาแทน ที่จริงไม่ใช่หรอก
มีคนป่วยเธอต้องจ่ายตังส์เพิ่มต่างหากละ ต้องจ่ายให้คนป่วยแล้วก็ต้องจ่ายให้
คนที่มาทำแทน งกเหลือคำบรรยาย 555
น้องแคร์ถามเจ้าของร้านเป็นคนอะไร เป็นคนกีวีจ๊ะ พี่ทำอยู่ร้านฝรั่ง
ไม่ว่าไทยหรือฝรั่งถ้าจะงกแล้วมันห้ามไม่ได้จริงๆ อิอิ
หลังจากลาออกแล้วรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก สบายใจขึ้นเป็นกอง
น่าจะทำมานานแล้วนะ ไม่น่าทนมาตั้ง 4 ปี เลย
คนที่ทำงานบอกว่าอิจฉาเรามากที่ลาออกเขาก็อยากออกเหมือนกันแต่ทำไม่ได้
สภาพเศรษฐกิจไม่อำนวย ตอนนี้กะว่าหลังจากทำเสร็จแล้วจะพักผ่อนสักพัก
ให้เวลากับตัวเอง ให้เวลากับกาเร็ธและบอย ที่ผ่านมาไม่ค่อยได้มีเวลาด้วยกันเยอะๆ
เพราะงานมันมาติดกับตัวมาก
ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ร้านจะใช้เวลานานมั้ยที่จะหาเชฟมาแทนเรา
ถ้าหาเชฟมาแทนเราไม่ได้เราก็ต้องทำต่อจนเขาหาเชฟได้
คราวที่แล้วที่มีเชฟออกไป ลงโฆษณา 2 ครั้ง มีคนมาสมัครแค่ 2 คน
แถมได้คนมาก็ทำอไรไม่ป็นอยู่ได้ 3 วันก็ลาออกไปพราะบอกว่างานหนักเกิน 555
ดีๆๆๆๆได้ระบายออกไปแล้วรู้สึกโล่งมากเลยทีนี้ สบายใจแล้วไปทำอาหารให้สามี
กินก่อนแล้วกันนะ คิดถึงทุกคนมากๆนะคะ
หลับฝันดีกันทุกคนนะคะ