เคยเขียนเรื่องนี้ไว้สองภาค ใครยังไม่ได้อ่านตามอ่านไดที่นี่นะคะ
วันนี้มีโอกาสเขียนภาค 3 ละหลังจากที่ดองมานานแสนนาน และทนต่อการ
เรียกร้องแกมขู่ของเมไม่ได้ 555
http://kiwiberry.diaryclub.com/20080401/0/0/One_Day_When_We_Were_Young.html
http://kiwiberry.diaryclub.com/20080402/0/0/One_Day_When_We_Were_Young.html
หลังจากภาค 2ได้เขียนไว้เกี่ยวกับทีมวอลเล่ย์ไปนิดหน่อยแล้ว ทีนี้มาเล่าตอแล้วกันนะ
เพราะทีมวอลเล่ย์นี่แหละทำให้เราและเพื่อนๆกลุ่มเราได้มารวมตัวกัน
ที่จริงแล้วเราเล่นวอลเล่ย์ไม่ได้เรื่องเลย แต่เพราะไม่มีคนเล่นเราก็เลยไปเล่นด้วย
จำได้ว่าทีมคณะเราไม่เคยชนะกับเขาสักที แพ้ตลอด5555
ทีมวอลเล่ย์ก็มี เรา เปรม ป่าน เจ ฮ้ง และชิวมาเป็นบางครั้ง เพราะสองคนนี้ป็นนักบาสด้วย
โดยมีก้อยกับกิ๊กมาป็นกองเชียร์ กิ๊กนั้นไม่เล่นกีฬาทุกประเภท ส่วนก้อยขาเดี้ยง
เล่าเรื่อง ก้อย ค้างไว้ในภาค 2 ว่าก้อยเป็นคนที่เราอยากเจอมากเพราะได้ยินพี่ๆ
พูดถึงก้อยกันว่าก้อยนั้นไปอยู่ที่อสเตรเลีย ไปเล่นสเก็ตน้ำแข็งหรือไงนี่แหละเลยขาเดี้ยง
เราก็จินตนาการไปว่าแหมก้อยคงจะเป็นคุณหนู ผู้ดี หน้าตาคงสวยมาก
เราก็รอก้อยมาเรื่อยๆจนเริ่มเรียนก้อยก็กลับมา เรากับก้อยเรียนด้วยกันเกือบบทุกวิชาเลย
เจอก้อยครั้งแรกเราก็ถามว่าธอช์อญาดาใช่มั้ย ที่เขาพูดกันว่ไปขาเดี้ยงมาจากออสเตรเลีย
เราผิดหวังในตัวกอยนิดหน่อยเพราะตั้งเป้าหมายว่าก้อยต้องสวยมากๆ 555
แต่จริงๆแล้วก้อยสวยน่ารักมากเลยแตไม่เท่าที่คาดไว้ก็เท่านั้น555
ตอนนั้นก้อยดัดผมด้วยล่ะ สมัยที่เรายู่ปี 1 การดัดผมยังไม่เป็นที่นิยม มีแต่คนแก่ๆเท่านั้นที่ดัดผมกัน
จำได้ว่าไอ้เจมาพูดกับเราว่า นี่เธอที่เขาพูดว่าชีวิตมหาลัยเนี่ย มีคนหลายรุ่นหลายสมัย
มาเรียนรุ่นเดียวกัน มันจริงนะเธอ เห็นผู้หญิงคนนั้นมั้ย (ชี้ไปที่ก้อย)
ดูท่าจะแก่กว่าพวกเราหลายปีนะเธอ 55555
พูดแล้วก็อดขำไม่ได้
ที่จริงแล้วในกลุ่มเรานี่เราอายุมากที่สุดเลยนะ แต่โชคดีที่หน้าไม่แก่ 555
ก้อยหิ้วไม้เท้ามาด้วยเรากับกิ๊กเลยทำหน้าที่หิ้วปีกก้อยด้วย เราสามคนสนิทกันเป็นพิเศษ
เพราะเรียนด้วยกันทุกตัว ก้อยนั้นเป็นคนน่ารักมาก พ่อก้อยเป็นคนใต้ ก้อยเลยชวนเราไปกินแกงไตปลา
ที่บ้านก้อย เรา เปรม ก้อย สามคนกินข้าวกันหมดหม้อเลย พี่ยอดพี่ชายก้อยกลับ
มาหิวๆถามหาข้าวปรากฏว่าพวกเรากินกันหมดแล้ว พี่อดโหโมหิวเลย 555
ดีนะที่พวกเราไม่โดนเตะ น่าอายมากๆเลย
เรากับกิ๊กชอบไปห้องสมุดหลังเลิกเรียน ไปกันเกือบทุกวันเลย ไปเจอ แจน ที่ห้องสมุด
ฏ้สนิทกับแจนด้วยจำได้ว่าแจนถามว่าพวกเราอยู่หอไหนเพระแจนจะเอาขนุนมาให้กิน
ยังจำได้เลยนะจ๊ะขนุนบ้านแจนอร่อยมากเลย และนั่นก็ป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพของเรา
(ว่าไปเรานี่เห็นแก่กินมากๆ)
ตอนนั้นกลุ่มเราก็เริ่มก่อตัวนะ ก็มี เรา เปรม ก้อย กิ๊ก แจน
แจนนั้นเป็นน้องพวกเราเพราะสอบเทียบมาหหลายปี พวกเราเลยเรียกแจนว่าน้องตลอด
แจนป็นคนน่ารัก อ่อนหวาน เป็นกุลสตรีมาก ไม่รู้มาอยู่กับลิงๆ อย่างพวกเราได้ยังไง
เรายิ่งคิดยิ่งงงนี่แหละหนาที่เขาว่าพรหมลิขิต
กลับมาเล่าเรื่องวอลเล่ย์ต่อ เจก็มาเล่นวอล้ล่ย์ด้วยเราก็เริ่มสนิทกับเจ
เจก็เป็นเด็กเทียบมาเหมือนกัน เบื่อพวกเด็กจริงๆยิ่งทำให้เราคิดว่าเราแก่ไปใหญ่
เจนิสัยเด็กมากๆแต่ก็น่ารัก จำได้ว่าช่วงนึงสนิทกับเจมากๆๆๆๆๆๆๆ
เจชอบมาหาเราที่หอ ชอบซื้อของกินมาฝาก เรานี่เห็นแก่กินอีกแล้ว
เจไม่รู้เป็นไงนะเวลาเจอกันนี่ชอบมาทักด้วยการจับหน้าอก ชาติที่แล้วต้องเกิดเป็น
ผู้ชายแน่ๆเลย 555 เจนี่จอมแก่แดดจริงๆนะ แบบว่าชอบเพื่อนผู้ชายรุ่นเดียวกันไปค่อนคณะ
พอพวกเราโตๆขึ้นมาพูดกันว่าใครชอบใครบ้างนี่ขำกันใหญ่เพราะเจชอบเขาไปหมด
แม้แต่คนที่ไม่คิดว่าจะมีใครชอบเจก็ยังชอบเข้าไปได้ อิอิอิ
เราจำได้หมดเลยนะว่าเจชอบใครบ้างแต่ไม่บอกดีกว่ากลัวเจอายน่ะ
เจพักอยู่หอนอก หอเจอยู่หลังป่าช้า จำไม่ได้แล้วว่าวัดอะไร
คืนนึงเรากับกิ๊กไปหาเจดึกมากแล้วล่ะหลังเที่ยงคืนแล้ว เราเลี้ยวผิด เลี้ยวเข้าป่าช้าเฉยเลย
แถมรถก็ดับอีก เรากับกิ๊กหัวใจจะวายตาย ยังจำได้เลยนะว่ากลัวขนาดไหน
ไม่รู้ว่าทำไมเจต้องไปอยู่หลังป่าช้าด้วยนะ นึกแล้วก็ยังเสียวไม่หาย
เจเป็นเจ้าแม่ของกินมากเลย ชอบซื้อโน่นซื้อนี่มาให้พวกเรากิน
จำได้ว่าเจไปซื้อ ตือคาโคมาจากแถวๆสถานีรถไฟโน่นมาให้พวกเรากิน จนพวกเรนาติดกันงอมแงม
พูดถึง ฮ้ง ไว้หน่อยนึงแล้วมาพูดต่อดีกว่า เราเห็นอ้งครั้งแรกคิดว่าฮ้ง
คงเป็นพวกคงแก่เรียนเพราะฮ้งใส่แว่นอย่างหนามากเลย แต่ที่ไหนได้ไอ้นี่ขี้เกียจเป็นที่สุด
ฮ้งเป็นเด็กหัวดีมากแต่ขี้เกียจไปหน่อย ฮ้งเป็นเด็กเทียบมาจากโรงเรียนสตรีชื่อดังในกรุงเทพ
คำถามมี่ติดปากฮ้งทีสุดคือ นี่เธอเกิด พ.ศ.อไรน่ะ เราเกิด 21 นะ 555
จำได้ติดตาเลยนะเวลาฮ้งถามคำถามนี้น่ะ เราก็โดนถามไปหลายที
คิดดูสิว่าฮ้งขี้กียจขนาดไหนตอนปี 4 ตอนพวกเราทำ Research อาจารย์ที่ปรึกษาฮ้งต้อง
โทรมาขอร้องให้ฮ้งเข้าไปหาเลย เป็นอาจารย์เราไม่ได้โหดชะมัด ทำเราร้องให้ไปหลายรอบ
ตอนแรกเรากับฮ้งไม่สนิทกันเลย เรไม่ค่อยชอบฮ้งด้วยซ้ำ แต่ตอนหลัง
เราสองคนสนิทกันมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ใครๆเรียกเราสองคนว่าราหูอมจันทร์เพราะเราดำมากส่วนฮ้งก็ขาวและหมวยซะ
เรากับฮ้งทะเลาะกับบ่อยที่สุด โกรธกันเป็นร้อยครั้ง แต่ฮ้งก็ป็นคนที่เข้าใจเรามากที่สุดเลย
ฮ้งเป็นแม่ของกลุ่มเรา ที่จริงอายุน้อยกว่าพวกเราแต่ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินวัย
ชอบสอนพวกเราอย่างงั้น อย่างนี้ จนใครๆ พากันเรียกฮ้งว่าแม่
ช่วงนั้นทั้งเรียนทั้งเล่น ทั้งเข้าห้องเชียร์เหมือนเดิม
ชีวิตก็สนุกสนานไปตามวัย ชีวิตห้องเชียร์ก็เริ่มคุ้นเคยกับการถูกลงโทษแล้ว
พี่ว้ากก็กลัวจนเริ่มชินซะแล้ว จนมาวันนึงจำไม่ได้แล้วว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
พีว้ากก็เข้ามาว้ากตามปกติแล้วบอกว่าถ้าใครไม่พอใจกฌให้ถอดไท้ แล้วอแกไปจาก
ห้องเชียร์ได้เลย อื๋อ ลุกขึ้นแล้วถอดไท้(Necktie) เดินออกห้องเชียรืไปเลย ทิ้ง
ให้พวกเราที่เหลือนั่งอึ้งแล้วก็โดนพี่ว้ากด่าเกือบตาย หาว่พวกเราไม่ดูแลเพื่อนบ้างล่
พ่ว้ากขู่จะตัดรุ่นพวกเรา พวกเราก็ไร้เดียงสากลัวกันยใหญ่หารู้ไม่ว่ามันเป็นอุบาย
ของพี่ว้าก พี่ว้ากบอกว่าถ้าพวกเราไปตามอื๋อกลับมาไม่ได้ก็จะตัดรุ่นพวกเรา
พวกเราก็ยกขบวนไปหออื๋อในวันรุ่งขึ้นเพื่อไปตามอื๋อกลับมา อื๋อก็เล่นตัวเล็กน้อย
แต่ก็ยอมกลับมาแต่โดยดี ตอนเข้าห้องเชียรนี่เลิกดึกทุกคืนเลยนะ
เวลาวิ่งกลับก็วิ่งผ่านหอต่างๆไปเรื่อยๆ ไปส่งผู้หญิงก่อน แล้วพวกผู้ชายก็ไปซื้อข้าวมาส่งตามหอ
ให้ผู้หญิงทำให้พวกเรารักกันมากเลย บางคู่ก้เริ่มจีบกันตั้งแต่นั้นมา
ส่วนเราเด็กกะโปโล ดำก็ดำไม่มีใครมาจีบหรอก 555
พออื๋อกลับมาเข้าห้องเชียร์แล้วจำได้ว่าคืนนึงพี่ว้ากบอกพวกเราว่ารุ่นเราน่ะ
ยังไงก็ไม่ได้เรื่อง สั่งสอนอะไรก็ไม่ฟัง เลยขอตัดรุ่นพวกเรา ตอนนั้นพี่ว้ากลงโทษพี่เชียร์ที่
สอนพวกเราแล้วเราไม่ได้ดี ลงโทษให้พี่เชียร์ทำลุกนั่งจนเป็นลม บางคนก็ร้องไห้
(มารู้ทีหลังว่าพี่เชียร์เอายาหม่องมาทาตา ที่ป็นลมก้แกล้งเอา อิอิอิ)
พี่ว้ากกับพี่เชียร์กฌออกไป ปล่อยพวกเราไว้ให้อยู่กันเอง
ตอนนั้นจำได้ว่าเสียใจมากและกังวลว่าเราจะอยู่กัยนยังไง เมื่อไม่มีใครดูแลอย่างนี้แล้ว
จำได้ว่ามีคนออกไปพูด 2-3คนมีอีป่าน อ้วน แล้วก็โป้ง
สุดท้ายพวกเราก็บูมคณะ สักพักมีสียงบูมกลับมา พวกเราก็แปลกใจ บูมกลับไปอีก รุ่นพี่ก็บูมกลับมา
สักพักทั้งพี่ว้าก พี่เชียณวิ่งกับเข้ามา ในมือถือดอกมะลิ มาคล้องให้พวกเราและมี
ด้ายมาผูกข้อมือพวกเราด้วย รุ่นพี่บอกว่า รอพวกเรากันนานมากกว่าพวกเราจะบูม
คิดว่าพวกเราจะไม่บูมซะแล้ว ก็แหมอีป่านนะสิพูดอยู่เสียยนาน 555
คืนนั้นเป็นคืนที่พวกเราประทับใจที่สุด เพราะในที่สุดก็ได้เป็นอีคอนเต็มตัวแล้ว