ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเขียนให้มันยาวเฟื้อยขนาดนี้ แต่ยิ่งเขียน
ก็ยิ่งนึกเรื่องโน้นเรื่องนี้ขึ้นมาได้ มันเลยยาวตามที่เห็นนี่แหละ
มาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่านะ
พูดไว้ในตอนก่อนเรื่องรับน้องขึ้นดอย ก็เป็นธรรมเนียมของเด็ก มอชอ
มาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้วว่าน้องใหม่ทุกคนต้องผ่านประเพณีรับน้องขึ้นดอย
เพื่อดเป็นเกียติป็นศรีแก่ตัวเราเอง และแสดงออกถึงความรักสมัครสมานกันของคณะต่างๆ
เพราะว่าเราต้องช่วยกันแบก หาม หรือวิธีใดก็ตามที่จให้สมาชิกทุกคนไปถึงที่หมายด้วยกัน
บางคณะนี่โหดมากเลยนะให้น้องใหม่วิ่ง แล้วก็มีการแบกหามอะไรด้วยก็ไม่รู้
สงสารจริงๆเลยคนที่แบกนี่ ดีนะที่คณะเรไม่คิดแข่งขันกับใครเอาแค่ไปถึงที่หมายก็พอแล้ว
การรับน้องขึ้นดอยนี่เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มากๆ มีทีวีทุกช่องมาทำข่าว เราก็เที่ยวด้อมๆมองๆหน้าทีวี
เผือจได้ออกทีวีกับเขาบ้าง เดินมา 4 ปีไม่เคยได้ออกสักที 555
วันนั้นต้องตื่นกันแต่ไก่โห่เลย มานั่งหลับกันหน้าศาลาธรรม เรามีรูปที่แจนแอบหลับด้วยแต่
อยู่ที่บ้านน่ะ มีรูปเยอะนะตอนเดินขึ้นดอยเนี่ย เดินกันไปก็ร้องเพลงเชียรืบ้าง บูมกันบ้าง
สนุกสนานมากจนลืมความเหน็ดเหนื่อย จำได้ว่าสนุกจริงๆนะ
วิ่งบ้าง เดินบ้าง พวกเราเดินอยู่เป็นคนต้นๆของคณะเราเลยนะ
พี่ๆปี 2คอยมาเป็นพี่เลี้ยง ชวนคุย และก็คอยดูแลพวกเรา
แวะกินข้าวกันที่จุดชมวิวที่นึง ข้าวมื้อนั้นอร่อยมากๆ จำได้มาถึงวันนี้เลย
เดินกันมาเรื่อยๆจนถึงโค้งสุดท้าย ที่เรียกว่าโค้งหักศอก พวกเราก็กอดคอกันวิ่ง
เพื่อให้ทุกคนได้ไปถึงหน้าวัดพร้อมกัน เป็นอะไรที่ซึ้งมาก
แล้วพวกเราก็มาถึงจนได้ก็นั่งพักเหนื่อยกัน แล้วก็ขึ้นไปไหว้พระตอนขึ้นบันได
เนี่ยต้องช่วยกันหิ้วก้อยขึ้นไป จนได้ไหว้พระด้วยกัน ดีใจนะในที่สุดเราก็ได้เป็นลูกช้างเต็มตัว
จบเรื่องรับน้องขึ้นดอย หลังจากนั้นคณะเราก็มีการรับน้องอย่างเป็นทางการ
ทุกปีเป็นธรรมเนียมว่าเราต้องไปรับน้องกันที่เชียงดาวรีสอร์ท
รับนองที่เชียงดาวสนุกมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มีกิจกรรมที่พี่ๆ ปี 2 คิดมาให้พวกเราทำเยอะมาก เริ่มด้วยการตั้งชื่อ
ใหม่ให้พวกเราก่อน เราจำได้ว่า ได้ชื่อ หานสนุกสนี ส่วนนามสกุลผวนกันเอาเอง
แต่เตือนว่าห้ามผวนดีกว่า เวลาไปฐานต่างๆต้องแนะนำตัว
ตอนแรกกระดากปากมาก แหมก็หนูผู้ดีนี่คะ จะมาพูดอย่างนี้ได้งัยล่ะ
มันรู้สึกกระดากปาก 555 แต่รายงานตัวบ่อยๆจนชิน
พี่ๆแบ่งพวกเราเป็นกลุ่มๆกลุ่มเรามีเรา เปรม กิ๊ก ก้อย พิมพ์ อ้วน หนก แล้วก็
บอยหรือเปล่าคลับคล้ายคลับคลาแต่จำไม่ค่อยแม่นแล้ว
แต่ละฐานก็มีกิจกรรมลามกให้ทำ และเป็นกิจกรรมที่ต้องเล่นกับโคลนกับตมตลอด
พี่ๆคงเห็นพวกเราเป็นควาย 555 มีฐานหนึ่งจำได้ว่ามีพี่รันคุมฐาน
ให้พวกเราเลียกางเกงในที่มีผ้าอนามัยราดน้ำแดงอยู่ พี่บอกว่าเป็นของพี่รัน
เราก็รู่แหละว่าเป็นของใหม่แต่เลียไปก็อดสยองไม่ได้
อีกฐานหนึ่ง พี่ๆปั้นสิ่งหนึ่งขึ้นมาให้พวกเราคาระวะ เป็นเจ้าพ่อ โคตวย
รูปร่างลักษณะคล้ายอวัยวะส่วนหนึ่งของเพศชาย พวกเราต้องจับไอ้แท่งนั้นด้วย
จำได้ว่ากกิ๊กจับได้อารมณ์มากจนพี่ๆถ่ายรูปไว้แล้วเอามาติดที่ซุ้มเป็นการประจาน
เรามีรูปนั้นด้วยนะกิ๊ก มีประเพณีอย่างหนึ่งตอนรับน้องเชียงดาวคือพวกผู้ชายต้องผ่าน
การวัดขนาด โดยกะเทยของรุ่นจะเป็นคนให้เกรด แต่ปีนั้นน้องโอ๋ไม่ได้ไปเลยมี
พี่ไก่สุโขทัยมาทำหน้าที่วัดขนาดแทน จำได้ว่า อ้วน ได้ A++
มีบางคนติด F ด้วยนะ 5555555
กลุ่มเราก็เว่อร์นะตอนไปรับน้องเนี่ยแหมใส่เสื้อเหมือนกันทั้งกลุ่มเลย
สงสัยเพื่อนๆคงเขม่นกันน่าดูเลย กลางคืนก็มีกิจกรรมต่าสงๆมากมาย มีการทานขันโตก
กันตามประเพณีชาวเหนือ จากนั้นก็มีการแสดงของแต่ละชั้นปี รุ่นเราก็เล่นมิวสิควีดีโอประกอบเพลง
จำได้ว่าพิม โบว์เป็นนักร้อง อ้วนเล่นกีต้าร์ ส่วนเรานะเหรอ คงจะรู้กันนะ
สวยๆอย่างนี้ไม่พ้นนางเอกมิวสิค คู่กับหนก ก็ดำเหมือนกันนี่ 555
หลังจากนั้นก็มีการเลือกประธานรุ่น รุ่นเราเลือกหนุ่มเป็นประธานรุ่น
จากนั้นก็มีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้น มีการเลือกเดือนและ ดาวคณะ
เราได้รับเลือกเป็นดาวคณะ คู่กับอ้วนที่ได้เป็นเดือน
มาถึงตอนนี้ทุกคนที่ไม่ได้เรียนคณะเราคงจินตนาการไปไกลว่าเราคงสวยระดับนางงาม
จักรวาลเทือกนั้น ขอโทษค่ะ ที่ทำให้ผิดหวัง คณะเราเลือกดาว เดือนจากมนุษยสัมพันธ์
และความมีน้ำใจ เราปลื้มมากๆเลยล่ะ ชั้นได้เป็นดาวเหรอเนี่ย
กิจกรรมยอดฮิตอีกอย่างที่ทำกันคือการเอาผ้าห่มคลุมใครสักคนให้ล้มลงแล้วคนอื่นๆ
เข้ามากระโดดถีบ เราไม่ชอบเลยนะเลยขออยู่ห่างๆนั่งดูพวกโดนถีบ
รุ่นเราที่โดนถีบก็มี ป่านกะชิวที่เราจำได้แม่น
นอกจากนั้นก็มีการเล่นไพ่กันโต่รุ่ง เราไม่ได้เล่นจริงจังแค่นั่งเล่นตาละบาท ทั้งคืนก็เท่านั้น 555
ตอนรับน้องเชียงดาวมีคู่หนึ่งเกิดด้วยนะคือคู่อื๋อกันเจน สวีทกันมากตอนนั้น
พวกเราเด็กกะโปโลไม่มีใครค่อยกล้ามาจีบ แม้จะได้รับตำแหน่งดาวคณะก็เถอะ
กลับจากรับน้องเชียงดาวพี่ๆเพื่อนๆเริ่มเรียกเราว่าน้องดาวบ้างล่ะ อีดาวบ้างล่ะ
ชื่อหนึ่งที่จำแม่นมากคือ อีดาวเลเบอร์ คือพวกใช้แรงงานอะไรเทือกนั้น555
จากนั้นก็จะมีงาน Sport Day ที่พวกเราซ้อมพลงเชียร์กันมาก็เพื่องานนี้แหละ
คนสวยๆหล่อๆก็ไปเปฌนเชียร์ลีดเดอร์กัน รุ่นเราก็มี อีฟ โอ๋ ปุ้ม เมย์
ผู้ชายก้มี อ้วน ต้อ ชัย เอก ต้น ทำไมมีผู้หญิงแค่ 4 คนผู้ชายตั้ง 5 เราว่าเราลืมไปคนนึงแน่เลย
คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าใครอีกคนนะ เราเป็นนักกีฬาวิ่ง 400 เมตร
แพ้อีกตามเคย 555
ช่วงเตรียมงานสปร์ตเดยืเราช่วยงานหลายอย่างมาก ทั้งช่าวกันพิมพ์เสื้อ
ที่ใช้ใส่ในงาน จำได้ว่าไปทำพิมพ์กันที่โรงเรียนวัฒโนทัย เพราะเปรมเป็นศิษยืเก่าที่นั่น
มีพี่กะทิกับพี่เอ็มไปช่วย ตอนนั้นเลยสนิทกับพี่ สองคนนี้
ถ้าใครคิดว่าเสื้องานสปอร์ตเดย์คณะเราห่วยก็โทษพี่สองคนนั้นได้ 555
พวกกลุ่มเด็กเชียงใหม่ นำทีมโดยนูนู๋ บอยปกรณ์ ยุ้กยุ้ย เมธี บั๊ม เล็กและอีกหลายคนที่
ไม่ได้เอ่ยชื่อคิดการแสดง คณะเรามีการจุดอะไรไม่รู้เสียงดังมากแล้วพวกเราก็ดผล่หัวออกมาจากผ้าใบ
ที่ใช้ปิดอยู่ ตื่นเต้นมากเลย 555คิดกันได้ไงเนี่ย
หลังจากหมดกิจกรรมต่างๆทีนี้ต้องมาเอาใจใส่การเรียนกัน
ตอนที่รับน้องเวลาไปเรียนนี่แต่ละคนหน้าเหมือนผีดิบก็ไม่ปาน อาจารย์สงสารพวกเราน้องใหม่มาก
ตั้งใจเรียนกันเพราะ ปี1 เทอม 2 จะมีการรีไทร์ด้วย รุ่นเราโดนรีไทร์ไป 3-4 คนที่จำได้คือ
ตุ๋ย เต้ย บอยพะเยาว์แล้วก็แมว ตอนหลังบอยพะเยาว์ไปเรียนคณะวิจิตรศิลป์
ตุ๋ยกลับมาเยี่ยมเพื่อนบ้างบางครั้ง เต้ยกับแมวเราไม่เคยได้ข่าวเลย
กลุ่มเราช่วยกันเล่นและช่วยกันเรียน ไม่มีใครโดนไทร์สักคน เราก็ขยันเรียนมาก
จบปี 1ได้เกรด 3 กว่าๆ
เล่าเรื่องต่างๆไปเยอะจนเกือบเล่าเรื่องคนดังประจำรุ่นเราไปเลย
นอกจากมีตัวเราที่ดังระเบิดแล้ว 555 ยังมีหลายคนที่เราจะพูดถึง
กลุ่มแรกก็พวกกลุ่ม 4 เสา พวกนี้ที่ได้ชื่อว่ากลุ่ม 4 เสาเพราะมีผู้ชาย 4 คนแต่ละคนสูงกัน
ทั้งนั้น มีอ้วน ต้อ เอก แล้วก็ต้น พวกนี้จะนั่งรถเต่าของเอกอยู่กัน 4 คน
พวก 4 เสาไปแทงบอลกันตอนแรกก็ชนะ ตอนหลังแพ้ มีคนมาขู่ฆ่าด้วย พวกเรากลัวกัน
แทบแย่ แต่ก้จบลงด้วยดี ทุกคนกลับเนื้อกลับตัว ยกเว้นต้นที่หายไป
อ้วนกับต้อกลายมาเป็นเพื่อนกลุ่มเราในตอนหลัง ส่วนเอกหรืออีหอยมาเป็นครั้งคราว
เพระมีแฟน เรากลับเมืองไทยปีที่แล้วเจอต้นที่เชียงใหม่โดยบังเอิญ
แปลกเนอะบทจะเจอก็เจอคนเราเนี่ย
คนที่เป็นสีสันของรุ่นเราอีกคนก็คือ พี่เนี้ยม ไม่รู้ทำไมพวกเราเรียกมันว่าพี่เนี้ยมเหมือนกัน
เนี้ยมเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆไปค่อนคณะเลยล่ะ เราก้ไปกรี๊ดกร๊าดพี่เนี้ยมด้วย
แต่ไม่ได้ชอบจริงๆจังๆแค่สนุกเฉยๆ มีก้อยแหละที่ชอบจริงๆ 555
จำได้ว่าตอนที่เข้าห้องเชียร์ครั้งแรกพี่ๆขอตัวแทนไปทำรัเบียนรุ่น เนี้ยม้ป็นคนรับ
อาสาไปทำเลยเรียกคะแนนจากสาวๆได้เยอะ แต่เนี้ยมไม่รู้ทำไมไม่เห็นจะมีแฟนเลย
จนจบมหาลัย หรือจะแอบชอบเราแล้วไม่กล้าบอกก็ไม่รู้สิ อิอิอิ
ขอพูดถึงคนที่สร้างสีสันให้รุ่นเราตัวจริงคนนี้เนี่ยไม่มีใครในคณะเราไม่รู้จัก เป็นคนดังมากๆ
พวกเราเรียกว่า กั๊ม กั๊มมีบุคลิกและการพูดการจาเหมือน Forest Gump มากๆๆๆๆ
คือจะพูดแบบเนือบๆเฉือยๆฟังแล้วก็เหนื่อยแทน แต่กั๊มฉลาดนะตอนนั้นเพื่อนๆเรียนอีคอน 101
กันเป็นกลุ่มใหญ่ ยกเว้นพวกเรา 30 คน กั๊มได้ท็อปด้วยแหละ เป็นที่กล่าวขวัญมากๆ
ตอนนั้นมีงาน Thank More ที่เป็นงานขอบคุณพี่ปี 2ที่คอยดูแลพวกเรามา
จัดตอนกลางคืน จำได้ว่าพวกเรามารอกันที่หน้าคณัสังคม ตอนนั้นตึกคณะเรายังสร้างไม่เสร็จ
กั๊มก็เข้ามาคุยกับเราก็คุยกันไปเยอะนะ เราเล่าว่าเพื่อนๆพี่ๆบางคนเรียกเราว่า เงา เพราะเราดำ
กั๊มก็โพล่งมาว่า งั้นเราขอเป็นเงาเธอได้ไหม เราเนี่ยแบบว่าสยองมาก กั๊มจะจีบเราเหรอเนี่ย
เราเลยเดินหนีไปเลย แล้วบอกเพื่อนๆ โดนล้อขนาดหนักเลยล่ะ
จากนั้นมาพวกเราก็มีไปบ้านเด็กกำพร้ากัน ไปเล่นเกมส์กับน้องๆและเอาเงินไปบริจาคด้วย
ตอนเล่นเกมส์นี่แหละกั๊มมาอยู่กลุ่มเรา เกมส์มีการถูกเนื้อต้องตัวกันด้วย เราทั้งเขินทั้งอาย
ตอนนั่งรถกลับเพื่อนๆบอกว่ากั๊มแอบมองเราตาหวานเยิ้ม เอ้ยอะรกัน
เวลาเราไปเรียนภาษาอังกฤษบางทีกั๊มก็โผล่มาแบบไม่รู้ตัว
ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนกลุ่มเดียวกับเรา โผล่มาสวัสดีแล้วก็หายไป ช่วงนั้นเราออกจากห้อง
เรียนอังกฤษทีรต้องหันซ้ายหันขวาทุกที หลังๆนี่ก๊มหายตัวไปเลย ไม่รู้ว่าไปไหน
เหมือนกัน บ้างก็ว่ากัมไปเรียนคณะใหม่ที่เน้นทางด้านพุทธศาสนาบ้างล่ะ
เราก็ไม่รู้แน่ชัดเหมือนกัน แต่วันนึงพวกเราไปกินข้าวที่คณะมนุษย์เห็นกั๊มไกลๆ
ก็พยายามเรียก กั๊มได้ยินเสียงแต่ไม่เห็นพวกเราเลยหันรีหันขวาง
แล้วก็โบกมือให้ใครก็ไม่รู้ คนที่โดนกั๊มโบกมือให้ก็งงๆว่าตานี่ทำไม
จู่ๆก็มาโบกมือให้ 555
มีเพื่อนอยู่คนนึงที่ก๊มชอบไปหามากคือ เก่ง กั๊มจะชอบชวนเก่งไปกินรังนก
หลังมอ ก๊มจะมาเคาะประตูห้องเก่งตอนกลางคืนแล้วก็พูดเนือบๆว่า
เ- ก่ -ง -ไ-ป -กิ-น-รั-ง-น-ก-ห-ลั-ง-ม-อ-กั-บ-เ-ร-า-ไ-ห-ม
เก่งเล่าให้ฟังแล้วก็อดขำไม่ได้
ถ้ากั๊มผ่านมาอ่านก็อย่าโกรธเรานะที่เขียนถึงเพราะรักหรอกจึงหยอกเล่น
เพื่อนๆคิดถึงกั๊มกันนะ ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน
ช่วงที่พวกเราอยู่ปี 1 มีงานซีเกมส์ที่เชียงใหม่ด้วยล่ะ
เรา เปรม กิ๊ก ไปดูซีเกมส์กันทุกวัน ส่วนมากไปแกะขอบสระกัน
พ่อแม่เราเข้าใจวัยรุ่นมากบอกว่าส่งเงินมาให้เราเที่ยวซีเกมส์โดยเฉพาะ มีดโอกาสแล้วให้เที่ยวให้คุ้ม
ตอนนั้นนั่งมอเตอร์ไวด็ซ้อน 3 กันไปโดนจับด้วยตำรวจสั่งสอนซะ
บอกว่าให้อายแขกบ้านแขกเมืองซะบ้าง ก็จริงนะแต่ตอนนั้นมันทำไปไม่ได้คิด ตามประสาวัยรุ่นนะคะ
อย่าโกรธหนูเลยนะคะ พวกเราก็บ้านักกีฬากันมาก ตอนเสร็จซีเกมส์ก้ไปส่งนักกีฬากันที่สนามบินด้วย
จำได้ว่าช่วงนั้นพี่แว่น นักบาสทีมชาติที่หน้าตาเหมือนศรรามดังมากเลย
กลุ่มเราก็มีแจนที่ชอบพี่แว่นมาก ตอนพี่แว่นกลับแจนซื้อดอกไม้กระเช้าใหญ่มากให้ จำได้ว่าพี่แว่นไปออกรายการ
อะไรก็ไม่รู้เอาตะกร้าแจนไปออกรายการด้วย พวกเราปลื้มกันใหญ่
ตอนปีหนึ่งคณะเราชนะโต้วาทีด้วยนะ มีนักโต้วาทีฝีปากเอก 3 คนที่จำได้ มียุกยุ้ย
ปกรณ์แล้วก็เมธีหรือเปล่าไม่แน่ใน แตพวกเราภูมิใจมาก แล้วก็มีโบว์ไปประกวด
ร้องเพลง ที่พวกเรายกคณะไปเชียร์ ไม่ชนะแต่ก็ชนะใจเพื่อนๆจนพวกเราเรียกโบว์ว่า
โบว์นักร้องมาจนติดปาก
เล่าเรื่องโดนจับขอเล่าตออีกนิดนึงนะ ไอ้ชิวเนี่ยชอบขับรถผ่าไฟแดง และตรงสี่แยกในมอกไม่ยอมหยุด
วันนึงโดนจับ ตอนที่กำลังขับรถไปงานปีให่บ้านแจนกัน รถเราเสียด้วย โดนยึดบัตรนักศึกษา
ต้องอ้อนวอนจราจรเกือบแย่กว่าจะปล่อยมา
เคยมีใครก็ไม่รู้ที่หน้ามอ รู้สึกจะเป็นรูมเมทชิว ที่ขับรถผ่าไฟแดงหน้ามอ โดนจราจร
ทำโทด้วยการให้ทำลุกนั่งแล้วพูดว่าหนูจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ ท่ามกลางสายตาประชาชี
น่าสงสารแต่ก็อกดขำจราจรมาก คิดได้ไงมุขนี้
ปี 1 เป็นปีมที่มีความสุขที่สุดในชีวิตทั้ง 4 ปีในมหาลัย อะไรก็ใหม่ สนุกไปหมด
กลุ่มเราก็เกาะกันเหนียวแน่นมาก จบปี 1ก็มีการเรียนซัมเมอร์ แล้ว้เราจะมาเขียน
ในภาคต่อไปนะ จบภาคนี้ไว้แค่นี้ก่อน ต้องไปทำงานบ้านแล้วล่ะ
มีเพื่อนหลายคนที่เรายังไม่ได้เอ่ยถึง คือเราจะเอ่ยถึงเพื่อนไปตามลำดับเวลา
นะ ถ้ายังไม่ได้กล่าวถึงก็ยังไม่ต้องน้อยใจล่ะ