ตอนแรกคิดว่าเขียนจบไปแล้วแต่จู่ๆก็นึกเรื่องนั้นเรื่องนี้
ออกขึ้นมา เลยขอต่ออีกนิดนึงนะ หวังว่าคงไม่เบื่อกันเสียก่อน
ไม่รู้จะเขียนจบหรือเปล่า เพราะอาจจะโดนเรียกไปทำงาน คืนนี้หัวหน้าเชฟไปดูคอนเสิรฺต
Westlife เลยให้เราเป็น On Call ฟังแล้วยังกะดิชั้นเป็นหมอ ยังงัยยังงั้น
ถ้าเขียนไม่จบแสดงว่าโดนเรียกไปทำงานนะจ๊ะ 555
ตอนปี 1 เทอม 1 อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าพวกเรารหัส 001-030 จะโดนจัด ให้เรียน
ด้วยกัน โดยเพื่อนที่เหลือเรียนด้วยกันทั้งรุ่น รู้สึกเหมือนโดนทอดทิ้งยังงัยก็ไม่รู้
เวลาพวกเพื่อนๆกลุ่มใหญ่เขาพูดเรื่องโดน้เรื่องนี้กันเราก็ไม่รู้เรื่องกับเค้าด้วยเลย
จะบอกว่าเพื่อนบางคนเรายังไม่รู้เลยว่าเป็นยังงัย แค่รู้จักกันในห้องเชียร์
แต่เราก็สนิทกับเพื่อนที่เรียนกับเรานะ
ตอนนั้นเรียน Econ 101 กับอาจารย์เดช ส่วนกลุ่มใหญ่เขาเรียนกับอาจารย์ประเสริฐกัน
พวกนั้นบ่นกันแต่เรื่อง Lecture เพราะอาจารย์ปิ้งแผ่นใสเร็วมาก
(สมัยนี้เขาคงไม่ใช้แผ่นใสกันแล้วเนอะ เด็กสมัยใหม่เข้ามาอาจจะงง)
พวกเราม่มีปัญหาเพราะอาจารย์เดชสุดที่รักบอกจดเลยล่ะ แบบช้าๆเนิบๆ
อาจารย์ชอบแกล้งพวกเราโดยการเรียกตอบเป็นชุดๆ โดยทุกครั้งจะเริ่มด้วย
ทิพย์ทิญา ญาดา ต้นอ้อ อย่างนี้ทุกที
เราต้องตื่นตัวตลอดเวลาเพราะเราโดนเรียกป็นคนแรกประจำ
อาจารย์จะมีศัพท์เพาะตัวคือ จะพูดว่า "ทิพย์ทิญา สะดุ้งสุดตัวตอบสุดฤทธิ์"
เราก็สะดุ้งสุดตัวจริงๆนะ มีอยู่ครั้งหนึ่งเราแอบหลับ อาจาย์เรียกตอบ สะดุ้งสุดตัวเลยล่ะ
มีอยู่ตอนนึงตอนพวกเราอยู่ปี 4 ทั้งรุ่นต้องเรียน อีคอนกับอาจาย์เดช วันนึงอาจารย์มาสาย
พวกเราก็ประมาณว่า ดีใจ อาจารย์ไม่มารีบเดินลงจากห้องเรียนเพื่อกลับบ้าน
เราเดินนำหน้ามาเลย เดินไปได้ครึ่งทางเจออาจารย์ อาจารย์บอกว่า
"ทิพย์ทิญาเธอจะไปไหน บอกเพื่อนเธอเดินกลับไปห้องเรียนเดี๋ยวนี้"
นึกแล้วก็ขำเนอะ รุ่นเราเนี่ยเวลาอาจารย์มาสายนี่ชอบกันใหญ่คือหนีกันทุกครั้ง
ไม่เหมือนรุ่นพี่ที่เวลาอาจารย์มาสายเขาไปตามอาจารย์กันถึงบ้าน555
ว่าแล้วก็เล่าเรื่องอาจารยืวีนัสนิดนึง อาจารย์ที่พวกเราเรียกว่าอาจารญที่รัก
เพราะอาจารย์เรียกเราทุกคนว่าที่รัก น่ารักมากเลยอาจารย์
วันนึงอาจารย์นัดพี่ปี 4 มา Make Up เพราะสอนไม่ทัน ตอนนั้นพวกเราอยู่ ปี 3 เนอะ
พี่รออาจารย์อยู่นานอาจารย์ไม่มาซะที พวกพี่ก็ไปตามอาจารญืที่บ้านพัก
ปรากฎว่าไปเจออาจารย์นอนเป็นลมหมดสติอยู่ คืออาจารย์คงล้มลงแล้วหัวฟาดพื้นน่ะ
พี่ๆรีบพาอาจารย์ไปส่วโรงพยาบาล พวกเราพูดกันว่าดีนะที่ไม่เป็นรุ่นเรา
เพราะถ้ารุ่นเราอาจารย์มาสายเราหนีกลับกันหมด555
สงสัยอาจารย์แย่แน่ๆเลยนะวันนั้นถ้าอาจารย์นัดรุ่นเราน่ะ
เราเป็นเด็กตั้งใจเรียนมากเลยนะ วิชาของอาจารย์เดช จะมีการเช็คชื่อทุกครั้ง
เราเป็นคนเดียวในชั้นที่ไม่เคยโดดเรียนเลย อาจารย์เลยบอกว่าจะให้ A เราถึงแม้ว่าเราจะทำ
ข้อสอบไม่ได้ก็ตาม เราก็ได้ A นะแต่ไม่ใช่เพราะอาจารย์หรอกเราทำคะแนนได้ดีต่างหากละ
พอเทอม 2 พวกเราทั้งรุ่นได้เรียนกับอาจารย์เดช ครั่งนี้สนุกมากๆ
เพราะการได้เรียนด้วยกันทั้งรุ่นเนี่ยก็คือการที่ได้คุยสะบั้นหั่นแหลก555
เรียนวิชานี้ตอนบ่ายโมงตรง หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ ง่วงกันไปตามๆกัน
ไอ้ชิวนั่งหน้ากับเราประจำแต่แอบหลับทุกที จนอาจารย์อกมันว่า
อุษาเธอหลับนกอีกแล้วเหรอ ไอ้ชิวหลับได้ทุกวิชาจริงๆนะ
พวกกลุ่มนูนู๋ นั่งหลังสุด แล้วก็แอบเล่นไพ่ด้วยจำกันได้ป่าว
วันนึงอาจารย์เดินไปดูแล้วก็เทศนา พื่อนๆขำกันใหญ่
จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งด้วยที่กลุ่มนี้ไปเล่นไพ่ที่อ่างแก้วแล้วโดนลงประจานใน
หนังสือพิมพ์อ่างแก้ว แทนที่พวกเราจะอายกันกลับขำมากกว่า 555
แต่กลุ่มนี้ทั้งกลุ่มไม่ว้จะเรียนๆเล่นๆตอนจบก็ได้เกียตินิยมกันยกกลุ่ม ทั้ง
อันดับหนึ่งเหรียญทอง อันดับ 1 อันดับ 2 แบบว่าหัวดีกันทั้งกลุ่ม
เคยกล่าวถึงน้องโอ๋ กฤษฏา ไปนิดนึงแล้วเนอะ น้องโอ๋เป็นกะเทยคนเดียว
ของรุ่นเรา คนอื่นเขาเป็นอีแอบกัน 555 พอเทอม 2น้องโอ๋ก็เริ่มแต่งหน้าแต่งตา
จนโดนกลุ่มโรสเปเปอร์รุมตบที่เคยเล่าไปแล้ว น้องโอ๋ไว้ผมยาวด้วย
ตอนเรียนกับอาจารย์เดช น้องโอ๋น่งหน้ากับพวกเราด้วย อาจารย์จะคอยหลบหน้าน้องโอ๋มาก
กลัวว่าถ้าสบตาน้องโอ๋แล้วอาจารย์คงอดหัวเราะไม่ได้ พวกเราก็ขำอาจารย์กันมากเลย
เรากับน้องโอ(สนิทกันมากอยู่ช่วงนึง เราไปรุบไปส่งน้องโอ๋เกือบทุกวัน
จนตอนเราอยู่ปี 2 มั้งที่มีคดีฆ่าหั่นศพที่มอชอ ตอนนั้นตุ๊ดเป็นคนฆ่า พ่อกับแม่เรารีบโทรมาหา
บอกว่าให้เลิกคบกับตุ๊ด เราไร้จะโกรธหรือขำพ่อกับแม่ดี ได้แต่บอกว่าไม่เป็นไรหรอกน้องโอ๋
คงไม่ฆ่าเราหรอก พอหลังๆน้องโอ๋หายตัวไปเลยนะ ไม่รู้ว่าหายไปไหน
บางกระแสก็บอกว่าน้องโอ๋ไปเอนท์ใหม่ติดวิศวะจุฬา เราก้ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า
วิชาที่น้องโอ๋ชอบเรียนที่สุดคือวิชาภาอังกฤษ น้องโอ๋แบบว่าสปีคอิงลิดตลอดเลย
เราแอบสงสัยมานานแล้ว ทำไมตุ๊ดส่วนใหญ่ชอบเรียนภาษาอังกฤษกันนะ
พูดเรื่องฆ่าหั่นศพหน่อยละกัน ช่วงนั้นเรืองฆ่าหั่นศพที่ในมอ.ดังมาก
นักศึกษาจะนั่งจับกลุ่มกันพูดถึงเรื่องนี้ บ้างก็พูดถึงผีที่คณะทัณตะบ้างล่ะ
ก็พูดกันไปต่างๆนานา เราคนกลัวผี ก็กลัวซะจำได้ว่าไมกล้าอาบน้ำไปหลายวัน
พูดถึงเรื่องผีแล้วขอพูดอีกนิด เรื่องผีกับเด็กหอนี่เป็นของคู่กันจริงๆ
พูดกันได้พูดกันดี ไอ้เรายิ่งกลัวๆก็กลัวไปกันใหญ่ มีเรื่องที่นักศึกาหอเราฆ่าตัวตายแล้วเอาเลือด
ป้ายไว้ทั่วห้อง พอเขามาทาสีห้องสีขาว สีขาวผสมกับเลือด ห้องนั้นเลยกลายเป็นสีชมพู
มีการระบุห้องด้วยนะที่หอ 8 หญิง พวกราก็อยากรู้ก็ไปดูกัน มีเรา ชิว กิ๊กแล้วก็อีฟ เปิดประตูเข้าป
ยังไม่ทันอะไรเลยรีบวิ่งกันเสียก่อน แล้วเราก็กลัวจนนอนไม่หลับไปเป็นอาทิตย์
ทุกปีช่วงเดือนสิบที่เป็นเวลาที่เปรตออกหากินก็มีข่าวลือว่าคนนั้นคนนี้เห็นเปรต
อีป่านก็เป็นอีกคนที่ยืนยันว่าตัวเองเห็นกะเขาด้วย เราไม่รู้ว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี
เรื่องขังรถวนหอนาฬิกาก็อีกเรื่องหนึ่ง ที่ว่าหลังเที่ยงคืนถ้าขับรถอย่างเร็วมากวนซ้ายที่หอนาฬิกา 3 รอบ
แล้วจะเห็นเปรต ใครจะไปกล้าลองล่ะ ยิ่งหลังเที่ยงคืนยิ่งน่ากลัว
ใครลองก็ลองเราคนนึงไม่เอาด้วยหรอก
มีอีกเรื่องที่ยังสงสัยมาจนวันนี้คือคืนนึงช่วงสออบเมทเราอ่านหนังสือดึก
แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ เจอผู้หญิงคนนึงนอนสลบอยู่หน้าห้องน้ำ เพื่อนเราก็คิดได้ไงเอาน้ำไปหยอดตาเค้า
ถึงตอนนี้เค้าก็สะดุ้งขึ้นมา เพื่อนเราโกยแน่บหนีไปตามพวกเรามาดู พวกเราไปถึงไม่มีใครอยู่แล้ว
เลยไม่รู่ว่าเป็นผีหรือคนมาจนวันนี้
อีกเรื่องที่พูดกันมากก็เรืองที่คนีนหอเจอผี ชีวิตเด็กหอเราว่าทุกคนคงผ่านการปีนหอกันมา
เกือบทั้งนั้น เวลาเข้าหอไม่ทัน ก็มีเรื่งเล่าว่ามีสาวคนนึงกำลังปีนหอเพลินๆ เห็นคนที่ปีนหอตามมา
ก้อชวนคุย คุยไปคุยมาคนที่คุยด้วยปล่อยมือหายไปเลย ไม่รู้ว่าเป็นผี หรือคน 555
ตอนเราอยูปี 1 มีเด็กหอ 7 หญิงโดนรถชนตายที่หลังมอ
ช่วงนั้นพวกเรากลัวกันมากเพราะหอ 7 กบหอ 8 อยู่ติดกัน นึกไปก็ขำ
ไม่รู้จะกลัวอะไรกันนักหนาไม่ได้อยู่หอเดียวกันซะหน่อย บางคนขนาดกลัวยังเปิดประตู
เข้ไปดูอีก กลัวกันมากแต่ก็อยากรู้อยากเห็น 555
พูดเรื่องผีแล้วยาวกลับเข้าเรื่องดีกว่าเขียนไปถึงไหนแล้วเนี่ย
วิชาที่พวกเราเรียนด้วยกันทั้งรุ่นตอนเทอม 1ก็มีวิชา Math แล้วก็บัญชี
พวกเรากลัววิชาบัญชีกันมาก แต่ก็สนุกนะเวลาเรียนอาจารย์สอดสนุกมาก
และอาจารย์ก็หน้าตาเหมือนเจยังกะแกะ พวกเราเรียกอาจารย์ว่าอาจารย์แม่เจ 555
จำได้ว่าได้ C กันค่อนรุ่นเราก็คนนึงด้วย ส่วนไอ้เจได้ A ก็โดนแซวว่าทำไมจะไม่ได้ A
ก็เรียนกับแม่ตัวเองนี่นา555
ตอนเทอม 2 มีการเรียนวิจารย์วรรณคดีกัน เราโชคดีได้เรียนกับอาจารย์ มาลา คำจันทร์
นักเขียนรางวัลซีไรท์ เราไม่รูว่าอาจารย์ชื่อจริงว่าอะไร
เรียกกันว่าอาจารย์ มาลา คำจันทร์ตลอด เราชอบเรียนวิชานี้มาก อาจารย์สอนดีด้วย
ได้ A กันน้อยมาก ที่รู้ก็เรากะกิ๊ก จำได้ตอนทำรายงานมีแต่คนมาขออยู่กลุ่มเรา
และมีคนมาขอให้เราติววิชานี้กันเยอะมาก มีอีกวิชาที่เราติวให้เพื่อนๆบ่อยคือวิชา
ภาษาอังกฤษ เราชอบเรียนอังกฤษมากคงรู้ว่าวันนึงจะได้ใช้555
เขียนยังไม่จบเดี๋ยวมาต่อนะ
โดนเรียกไปทำงานเรียบร้อยแล้วตอนนี้กลับมาเลยมาเขียนต่อเลย
เก็บตกห้องเชียร์นิดนึงนะ หลังจากปิดห้องเชียร์แล้วก้มีการเลือกประนเชียร์รุ่นเรา
มี อ้อ ต้นอ้อเป็นประธานฝ่ายหญิงและ ต้อเป็นประธานฝ่ายชาย
สองคนนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดี น่าชื่นชม
จำอีกเรื่องในห้องเชียร์ได้ ตอนนั้นเรานั่งไม่ห่างจากปรางค์
ปรางค์มีโรคประจำตัวคือโรคไต ปรางค์เจ็บออดๆแอดๆตลอด สุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์
ปรางค์นั้นหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู เราจำได้ว่าพี่ว้ากมารุมว้ากปรางค์กันใหญ่
แล้วก้มีพ่ว้ากคนนึงเดินเข้ามาสะกิดพี่คนอื่นๆแล้วบอกว่า น้องคนนี้เป็นโรคไตว่ะ
เราเห็นพี่ว้ากแตกวงกระจัดกระจายเราเลยอดหัวเราะไม่ได้ พี่ว้ากเลยหันมาเล่นงานเราแทน
เราซวยเลยงานนี้ 555
นอกจากงานต่างๆที่เรากล่าวมาแล้ว ยังมีการรับน้องหอรวมที่ศาลาอ่างแก้ว
ตอนกลางคืนมีการแสดงต่างๆมากมายเลย ตอนนั้นจำได้ว่าตอนเราอยู่ปี 1 ทาทา ยัง
กำลังดังมากๆ พวกเราสมัยนั้นแต่งตัวตามทาทากัน
(ทาทาสมัยที่ออกเทปใหม่ๆ ที่ยังใสๆนะ)
คือใส่เสื้อตัวเล็ก แล้วก้อกางเกงยีนส์ขาลากพื้น
ที่งานรับน้องหอเห็นใครๆก็แต่งตัวแบบทาทา แถมผมทรงทาทายังทันสมัยมาก
คืนนั้นมีเธ็คด้วย เราจำได้ว่าเราเต้นจนนาฬิกา Mickey Mouse หลุดหายไปเลย555
คืนนั้นสาวๆกะเกิดกันเต็มที่ จุ๋มเมทเรามีหนุ่มวิศวะมาจีบด้วย เรามัวแต่ควานหานาฬิกาเลยไม่ได้สนใจใคร
ไม่งั้นรับรองมีหนุ่มมาจีบตรึม อิอิอิ
นอกจากนั้นแล้วยังมีงานไหว้ครูที่ศาลาอ่างแก้วเช่นกัน พวกเรามานั่งทำพานกันที่
ใต้คณะสังคมเพราะตอนนั้นยังไม่มีตึกคณะ ทำกันโต้รุ่งเพราะเอาแต่เล่นกันมากกว่า
สนุกสนานมาก คุยกันระเบิด ทำพานปีไหนก็ไม่สนุกเท่าปีหนึ่ง
รุ่นเราส่งโป้งกะกุ๊กไก่ไปถือพานเนอะ เราก็ไปร่วมพิธีเหมือนกัน ไปกับนิว
วันนั้นนุ่งกระโปรงม่วงด้วยเราชอบกระโปรงมวงมากเลย ได้นุ่งอีกทีก็ตอนรับปริญญา
โป้งกะกุ๊กไก่ถือพานเสร็จก็เป็นแฟนกันไปตามระเบียบ
แหมทำไมไม่เสนอให้เรากะพี่เนี้ยมไปถือพานนะ ไม่เข้าใจจริงๆ555
พอเทอม 2 ก็มีงานเศรษฐศาสตร์สัมพันธ์ พวกเราตื่นเต้นกันสุดๆ
เพราะงานนี้จะได้เจอหนุ่มๆต่างมหาลัย งานนี้มีทุกปีโดยมี มอชอเป็นเจ้าภาพ
ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังมีอยู่อีกหรือเปล่า มีจุฬา ธรรมศาสตร์ เกษตร หอการค้าแล้วก็มอเรา
ทุกปีมีการเลือกดาว เดือน เสดสาดสัมพันธ์ ปีนั้น อีฟได้ป็นดาว ส่วนเดือนเป็นเด็กเกษตร
ตอนนี้เป็นดาราไปแล้ว ที่ชื่อเพชรน่ะ ทุกปีพวกเราตื่นเต้นกับงานนี้มากเพราะ
หวังวว่าสักวัน นาวินต้าซึ่งตอนนั้นเรียนอยู่ที่มอเกษตร จะมาร่วมงาน
แต่ไมยักกะมาสักปี ปล่อยให้สาวๆรอเก้อ
ตอนนั้นมีคนมาจีบอีฟเยอะมากจนพวกเราปวดหัวแทน เป็นคนสวยก็เหนื่อยหน่อย 555
พวกเรากรี๊ดกร๊าดพิธีกรกันมาก จำได้ว่าคนนึงมาจากเกษตรชื่อพี่เก๋
อีกคนมาจากธรรมศาสตร์ชือพี่หลุย พี่สองคนนี้ตลกมากกกกกกกกก
งานนี้ไม่ได้เพื่อนใหม่เลยสักคน แต่ละมหาลัยก็เกาะกลุ่มกันเอง
มีแต่อีฟแหละที่มีผู้ชายมาขอเป็นเพื่อนมากมาย
งานนั้นพวกเราไปกันยกกลุ่มเลย ขนาดแจนที่ไม่ค่อยได้ไปไหนกับพวกเรายังได้ไปเลย
ตอนใกล้จบปี 1 มีงานสำคัญอีกงานคืองาน BYE NIOR ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการอำลาพี่ปี 4
งานนี้พวกเราตื่นเต้นกันเป็นปีๆเพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้แต่งสวย
แต้ตอนนั้นด้วยความที่ไม่เคยมีประสบการณ์กันมาก่อน แต่ละคนออกมายังกะลิงเขาดิน
ก็ไม่ปาน เราจำได้ว่าไปแต่งหน้ากันที่โรงแรม Westin กว่าจะแต่งเสร็จ
งานเกือบเลิก ไม่ทันได้กินอะไรเลย ก็กลุ่มเรามีผู้หญิงตั้ง 10 คน ต้องรอกันนาน
มากกว่าจะเสร็จกันหมด นึกแล้วก็ขำไม่หาย แต่ละคนหน้าวอกมาก
แถมปากยังแดงยังกะกินหมากมา555
ตอนเดือน มกราคมทุกปีจะมีงานรับปริญญาของพี่ๆ
เราตื่นเต้นนับวันรอมาก เพราะงานนี้พี่ในตระกูล ที่เราไม่เคยเจอหรอก
เพราะพี่จะจบกอนพวกเราเข้า จะพาน้องๆในตระกูลไปเลี้ยง
ดีใจที่ได้เจอพี่ คุยกันสนุกสนานมาก เราชอบช่วงรับปริญญามากเพราะ
บรรยากาศในมอครึกคร้นมากๆ ไม่ว่าที่ไหนในมอก็สวยไปหมด
เพราะเป็นช่วงดอกไม้บานพอดีด้วย อากาศก้หนาวนิดๆ
โรแมนติกเป็นบ้า ตอนปี 1 พวกเราสาวๆพูกดกันว่า
ตอนพวกเรามารับปริญญาพวกเราต้องพกตากล้องประจำตัวมา
แต่พอถึงวันจริงๆไม่เห็นมีใครมีตากล้องประจำตัวสักคน 555
งานรับปริญญาน้องใหม่ต้องใส่เสื้อเขียวและมาบูมคณะเพื่อหาเงิน
เข้ารุ่น ก็สนุกดีนะ บูมกันได้เงินเป็นหมื่นๆ ตนเรารับปริญยาเองเราใจป้ำ
ให้เงินน้องๆตั้งเยอะแหนะ
เราว่าเราเขียนจบทุกเรื่องแล้วนะ แต่มานึกเรื่องนึงออกอีกแล้ว
คณะเรามีการเต้นไก่ย่าง มีอยู่คนหนึ่งที่เต้นไก่ย่างได้ถึงใจมาก จนกลายเป็น
คนเต้นไก่ย่างไอคอนประจำคณะเราไปเลย ก็ปูเชียงรายไง
เต้นไก่ย่างได้อารมณ์สุดๆ จำได้แม่นเลยนะปู ถ้าเจอกันเห็นจะต้องให้ปูเต้นให้ดู
ให้หายคิดถึงไปเลย
คิดว่าตอนนี้จบสมบูรณ์สักทีเนอะ ถ้านึกเรื่องไหนขึ้นมาได้จะเอาไปเขียนไว้ตอนต่อไปละกัน