31 พฤษภาคม 2551
สวัสดีจ้า วันนี้มาทำการบ้านที่น้องแคร์ให้มา
ขอโทษทีใช้เวลาทำนานมากเลย หวังว่าน้องแคร์ไม่โกรธพี่นะจ๊ะ
1.ชื่อจริงชื่ออะไร

**ทิพย์ทิญา เบอร์รี่**
ทิพย์ทิญา ค่ะ พ่อตั้งให้ ยังขำอยู่เลยเราชื่อเพราะที่สุดในบ้านพวกพี่สาว 4 คน
บ่นกันตลอดว่าชื่อพวกพี่ๆเชยมากไหงเราได้ชื่อเพราะคนเดียว555
พี่สาวเรา 3 คนไปเปลี่ยนชื่อกันตอนสาวๆ พูดเรื่องชื่อทีไรโดนพี่สาวค่อนขอดทุกที อิอิ
2.ทำงานอะไรอยู่แถวไหน
เป็นเชฟ อยู่ที่ ใกล้ๆบ้านที่นิวซีแลนด์นี่แหละจ้า แต่เพิ่งออกมาเมื่อวานนี้เอง หม่าดๆเลย
ทำมา 4 ปีเลยเบื่ออยากเปลี่ยนงานบ้าง ชอบป็นเชฟนะ สนุกดีเวลาทำอาหาร
และก็มีความสุขที่ได้ทำให้คนกินมีความสุข
3.ละสามีหนือสุดที่รักชื่ออะไรล่ะ
คนนี้เลยค่ะชื่อยาวมากๆๆๆๆ คือมี 4 ชื่อเลย

**เด็กชายกาเร็ธ**
ทั้งชื่อต้น ชื่อกลาง 2 ชื่อและนามสกุลแต่เราเรียกสั้นๆว่า กาเร็ธจ๊ะ

**สมัยหนุ่มๆ**
เราชอบรูปนี้มากกาเร็ธดูน่ารักสดใสมากเลย
เห็นมั้ยล่ะว่าสามีเราชอบเล่นกีฬาทุกประเภท

สามีสุดหล่อ
ปกติจะไม่เอารูปมาลงเพราะกาเร็ธสั่งห้ามนักหนาว่าห้ามเอารูปมาลง
วันนี้แอบทำตอนที่กาเร็ธหลับ จะได้ไม่โดนด่า 555
กาเร็ธปากก็บอกว่าไม่ชอบไดเราแต่มาแอบเปิดดูรูปทุกหน้าเลย อิอิ

**แอบลงอีกรูปนะ**
4.ละสามีสุดที่รักทำงานอยู่แถวไหนล่ะ
กาเร็ธเป็นคุณลุงไปรษณีย์ปั่นจักรยานส่งจดหมายจ้าก็ปั่นส่งแถวๆบ้านนี่แหละ
5.รู้จักกะสามีครั้งแรกสุดเมื่อไหร่ ที่ไหน นานแล้วหรือยัง
เจอหน้ากันครั้งแรกที่สนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2544
หลายปีแล้วเนอะประมาณ 6 ปีครึ่ง
6.ความรู้สึกแรกที่เจอหน้าเป็นยังไง
รู้สึกว่าทำไมคนนี้หน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนฝรั่งเลย ผมก็ดำแถมตัวเล็กๆไม่ใหญ่มาก
เหมือนฝรั่งทั่วไป แถมยังขี้อายไม่ค่อยพูด ยิ้มอย่างเดียว
จนเราติดใจรอยยิ้มที่มีเสน่ห์เข้าเลย อิอิ
7.แล้วความรู้สึกที่ตามมาล่ะ
หลังจากที่ได้เจอกัน 2-3 ครั้งก็รู้สึกว่าชอบๆแล้วล่ะแต่ก็ยังไม่อยากหวังอะไรมาก
มีความรู้สึกว่ากาเร็ธชอบเราด้วยแหละตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันแต่ก็ไม่ได้หวังอะไรมากเพราะเพิ่งเจอกัน
เราเป็นคนมีความรู้สึกเร็วมาก เรารู้สึกว่าเราจะเป็นแฟนกะกาเร็ธตั้งแตก่อนที่จะเจอกันอีก
ไม่ได้เวอร์นะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เราคิดมาตลอดว่าที่เรายังไม่มีแฟนเป็นเพระว่ายังไม่ถึงเวลา
วันนึงเมื่อถึงเวลาคนนั้นก็จะมาหาเราเอง จนมารู้สึกอีกทีก็ตอนที่จะเจอกาเร็ธนี่แหละ
8.แล้วเริ่มจีบกันตอนไหน
ขอเล่าแบบยาวและละเอียดเลยนะจะได้เก็บเอาไว้อ่านเองด้วย
คือเมื่อประมาณปลายๆเดือนพฤศจิกา 2544 ฮ้งเพื่อนรักเจ้าแมอินเตอร์เน็๖ของเรา
บอกว่าคุยกับหนุ่มนิวซีแลนด์คนนึงมานานพอสมควรแล้ว ชื่อจอห์น และกำลังจีบๆกันอยู่
และจอห์นจะมาเมืองไทยกับเพื่อนอีกคน ฮ้งชวนเราไปเป็นเพื่อนเจอจอห์นกับเพื่อน
คือเอาเราไปเป็นไม้กันหมา 555
ฮ้งชวนเราไปรับสองคนนั้นที่สนามบินดอนเมือง เราก็โอเค ตอนนั้นอย่างที่บอกว่ามีความรูสึก
ว่าตัวเองจะเจอเนื้อคู่ ก็คิดเล่นๆว่าน่าจะเป็นเพื่อนจอห์นนี่แหละ ตอนนั้นเราก็แอ็ดจอห์นไว้ใน MSN
จอห์นก็บอกว่าเพื่อนชื่อกาเร็ธนะ เราก็คนอะไรชื่อแปลกจังแต่ก็ไม่เคยคุยอะไรกัน
จนวันที่ 16 ธันวา 44 เรากะเพื่อนๆไปเดินเที่ยวกันที่ถนนคนเดินที่ลมจากนั้นก็ไปรับ
จอห์นกะกาเร็ธที่สนามบิน เครืองมาดึกมากเลยล่ะกำหนดลง 4 ทุ่ม 10 นาทีแต่
ว่ามีไฟลท์เยอะมากเลยเสียเวลานานมากตรงตอมอ ฮ้งเริ่มปลงแล้วว่าคงไม่ได้เจอกัน
เพราะว่าเกือบเที่ยงคืนแล้ว เราบอกฮ้งว่าเรามีความรู้สึกว่าสองคนนั้นยังอยู๋ข้างในน่า
ตอนนั้นมันมีทางออก 2 ทางกลัวจะคลาดกันเรากะฮ้งเลยไปดักคนละทาง
สองคนนั้นออกมาทางที่เรายืน เราเห็นปุ๊ปรู้เลยว่าเป็นจอห์นเพราะฮ้งเคยให้เราดูรู)
ใครจะจำไม่ได้ล่ะก็ตัวใหญ่ขนาดนั้น 555
ตอนจับมือทักทายกันนี่กาเร็ธเขินม้วนเลยนะ เราก็รู้สึกมัน สปร์คยังไงก็ไม่รู้สิ
กาเร็ธหน้าเด็กมากเลยล่ะเรายังอายเลย 555
แถมอย่างที่บอกผมก็ดำถ้าดูจากข้างหลังจะคิดว่าเป็นคนไทยด้วยซ้ำ
ตอนนั้นดึกมากแล้วเลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เราก็กลับไปนอน
หลังจากนั้นกไม่มีอะไรผิดปกติ เราก็ไปทำงานของเรา กาเร็ธก็เที่ยวกะจอห์นไปเรื่อย
มาเจอกันอีกทีตอนนั้นพาสองคนนั้นไปเล่นโบว์ลิ่งที่เวิลเทรดเซ้นเตอร์
เราคู่กาเร็ธ ฮ้งคู่จอห์น คู่เราชนะเพราะกาเร็ธเล่นเก่งมากๆๆๆๆๆๆ
เพิ่งมารูตอนหลังว่าการ็เล่นกีฬาเก่งทุกประเภท
ตอนนั้นกาเร็ธก็ยังไม่ค่อยพูดเหมือนเดิมเอาแต่ยิ้มอีกแล้ว
เล่นโบว์ลิ่งเสร็จก็ไปถ่ายรูปสตกเกอร์กัน ตอนนั้นกำลังดังนะถ่ายรูปสติกเกอร์เนี่ย
เราทำหน้ตลกตอนถ่ายกเร็ธขอเก็บรูปนั้นไว้ เราก็อีนี่จะมาเก็บรูปนี้ทำไม
รูปสวยๆมีไม่เก็บ 555
พาพวกน้นไปกินข้าว กินกันแถวนั้นแหละ กินข้าวมันไก่ 555
กาเร็ธนั่งมองข้าวมันไก่แล้วนั่งดูอีก เรามารู้ตอนหลังว่ากาเร็ธเป็นคนกินยากมากๆ
แต่ก็กินนะเพราะความเกรงใจ 555 ร้านที่ไปกินก็ไม่ค่อยสะอาดเสียด้วย
ตอนนั่งกินกันีคนมาขายดอกกุหลาบ จอห์นก็ซื้อให้ฮ้งเราแอบอิจฉาใหญ่ อิอิ
แล้วเราก็ส่ง 2 คนนั้นขึ้นรถ 3 ล้อกลับโรงแรม กาเร็ธมองเราจนรถสามล้อลับตาไปเลย
เราแอบดีใจแต่ไม่กล้าบอกฮ้งกลัวโดนด่าว่าเข้าข้างตัวเอง เพราะเพิ่งเจอกัน 2 ครั้งเอง
แถมยังไม่ค่อยพูดกันอีก
วันที่ 20 ธันวาคมเรากะฮ้งพากาเร็ธกะจอห์นไปกินอาหารที่ริมน้ำเจ้าพระยา
ร้านไม่ค่อยสะอาดอีกแล้ว สั่งไข่เยี่ยวม้ากะเพรากรอบ เราตักให้กาเร็ธ กาเร็ธทำหน้าเหมือนจะ
ร้องไห้เลย จนจอห์นต้องเอาไปกิน 555 นึกแล้วก็ขำ ตอนเดินกลับไปที่รถ
ตอนนั้นไปกัน 5 คน จอห์นก็เดินคุยกะฮ้ง น้องฮ้งคุยกะกาเร็ธ เราเดินคนเดียว กาเร็ธก็หันมามอง
แล้วก็เดินมาคุยกะเรา มองเราตาหวานอีกแล้ว อิอิ
ตอนนั่งรถกลับมากาเร็ธดีดนิ้วดังมาก เราก็อยากดีดบ้างแต่ทำไม่เป็น
ทำอยู่นานสองนาน กาเร็ธเลยมาจับมือเราสอนให้ทำ เราเขินหน้าแดงเลย
แต่ก็มีความสุขมาก พ่อตัวดีจับมือเราไม่ยอมปล่อยเลยตั้งนานสองนาน จนเราแน่ใจเลยว่ากาเร็ธ
ขายขนมจีบให้เราแล้ว แต่ขายแบบเงียบๆมาก 555
ก่อนพวกนั้นมาฮ้งวางแผนว่าจะพาสองคนนั้นไปเที่ยวทะเลแต่ตอนหลังไม่ปิ๊งจอห์น
ฮ้งเลยเปลี่ยนใจไปหัวหินแบบไปเช้าเย็นกลับคือนั่งรถไฟท่องเที่ยวไป
ฮ้งทำหน้าที่จองตั๋วเรียบร้อย จนถึงวันไปฮ้งโทรมาหาตอนตี 4 ว่าฮ้งไปไม่ได้แล้วนะ
แต่ฮ้งโทรไปหาสองคนนั้นบอกว่าถ้าเรายังไปอยู่ก็จะไปด้วย เราก็คิดว่าเอาไงดีล่ะนัดก็นัดแล้ว ไม่อยากผิดนัด
ตกลงได้ป่านไปเป็นเพื่อน ไปกันแต่เช้าตรู่มาก
วันนั้นเป็นวันที่เรากะกาเร็ธได้ใกล้ชิดกันมาก เรายังมาคิดเลยว่าถ้าเราเปลี่ยนใจไม่ไปตอนนั้นถ้าจะแย่
เพราะคงไม่มีโอกาสได้เกิดแน่ๆเลย เรากับกาเร็ธคุยกันเยอะมาก ตอนนั้นคุยกันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่
เพราะเราไม่คุ้นกับภาษาอังกฤษสำเนียงกีวีเลย แต่กาเร็ธพยายามเข้าใจเรามาก เวลาพูโกเร็ธจะจ้องตา
จนเราบอกว่าอย่าจ้องตาได้ไหมเราเขินนะ กาเร็ธบอกว่าต้องดูปากเวลาเราพูดจะได้เข้าใจง่ายขึ้น
กาเร็ธแอบถ่ายรูปเราตลอกดเลย คือถ่ายทุกอริยาบทจนเราบอกว่าห้ามถ่ายเรานะ
กาเร็ธก็จะพูดว่า Please ตลอดจนเราใจอ่อน 555 ที่จริงก็อยากให้ถ่ายนั่นแหละ
แต่ปราหกฏว่าด้วยความสวยของเรารูปม้วนนั้นไม่ติดสักรูป ขำจริงๆ
กาเร็ธชอบเล่นหัวเรามากไม่รู้ทำไม เป็นหมาหรือไงก็ไม่รู้ที่เขาว่า เล่นกะหมา
หมาเล่นหัว 555............
จนกลับมาถึงหัวลำโพง นั่งเท็กซี่กลับหอกัน กาเร็ธแอบจับมือเราอีกละ
ตอนนั้นเราเขินเลยเอามือกลับมา เพิ่งมารู้ตอนหลังว่าทำให้กเร็ธนอนไม่หลับทั้งคืน
เพราะคิดว่าเราไม่ชอบ 555
เจอกันอีกวันรุ่งขึ้นไปกินแม็คโดนัลกัน ตอนนั่งแท็กซี่ไปรับพวกนั้น เรากะกาเร็ธไม่คุยกัยเลย
เรายังเขินเรืองเมื่อวาน กาเร็ธคิดว่าเราโกรธที่กาเร็ธจับมือ ก้นั่งมากันเงียบ
จนมาเจอฮ้งที่เวิลเทรด กินแม็กกันเสร็จเราบอกกาเร็ธว่ถ้าฮ้งชวนไปการาโอเกะให้
ปฏิเสธนะเพราะถ้าเราบอกว่าไม่ไปฮ้งจะไม่ฟังเรา แต่กาเร็ธบอกฮ้งไปว่าไปการาดอเกะกันเถอะ เราอยากไป
เราอยากฆ่ากาเร็ธมาก
ตอนอยู่เวิร์ลเทรดนี่แหละฮ้งแอบถามจอห์นว่ากาเร็ธชอบเราหรือเปล่า
เพราะฮ้งสังเกตุเห็นว่าดูผิดปกติ กาเร็ธก็บอกว่าใช่แล้วกาเร็ธชอบเรา
สรุปว่าตอนนั้นสามคนนั้นรู้กันแล้วแต่เราไม่รู้อะไรเลย จนร้องพลงกันเสร็จเดินกลับกันมาจาก
มาบุญครองมาเวิร์ลเทรด จอห์นกะฮ้งแกล้งเดินช้าปล่อยเรากะกาเร็ธเดินมากอน กาเร็ก็ดูมือเราจัง
เราก็แปลกใจว่าทำไม แล้วกาเร็ธก็ขอว่าขอจับมือได้ไหม
แล้วเราสองคนก็เดินจับมือกันมาจนถึงเวิร์ลเทรด เราถามกาเร็ธเพื่อความแน่ใจว่า
จับมือเราทำไม กาเร็ธตอบมาว่า
Because I like you very much
เราก็เขินจนหน้าแดง แต่ก็ดีใจมากๆๆๆๆๆบอกไปว่า
I like you too ก็เลยริ่มเป็นแฟนกันมาตั้งแต่วันนั้น
9.แล้วหนังที่ไปดูด้วยกันครั้งแรกเรื่องอะไร ไปดูที่ไหน
จำได้แม่นมากเรื่อง The Lord Of The Ring : The followships of The Ring
จำได้แม่นเพราะเรากลับบ้านช่วงปีใหม่ กลับมากรุงเทพวันที่ 2 มกรา 45 ก็ไปเจอกาเร็ธ
ไปดูหนังเรื่องนี้กันที่เวิร์ลเทรด กาเร็ธจับมือเราไม่ยอมปล่อยตั้งแต่เริ่มจนหนังจบ
นึกแล้วก็ขำเพราะตอนที่กาเร็ธไม่ยอมจับมือเราเลยต้องขอร้อง
ถึงจะจับเราก็เอาเรื่องเก่าๆมาล้อทุกทีว่าแหมตอนที่จีบกันใหม่ๆนี่จับมือเราไม่ยอมปล่อยเลยนะ
10.แล้วร้านอาหารที่ไปกินกันครั้งแรกล่ะ
กินข้าวมันไก่แถวๆเวิร์ลเทรดจ้า โรแมนติกเป็นบ้า 555
11.แล้วไปเที่ยวสองคนครั้งแรกที่ไหนล่ะ
ก็เที่ยวกันแถวๆกรุงเทพนี่แหละ หลังจากที่เป็นแฟนกันแล้ว วัรนรุ่งขึ้นป็นวันคริสมาส
เราสองคนเลยเดินไปดูไฟกันแถวเวิร์ลเทรดนั่นแหละ แล้วก็ไปนั่งสวนเบ็ญกัน
ตอนนั้นเรายุ่งๆเรื่องงานก็เจอกันเพาะตอนเย็น
12.ขอดูรูปที่ไปเที่ยวด้วยกันครั้งแรกหน่อย
ไม่มีนะ แต่เอารูปที่ถ่ายด้วยกันตอนที่เจอกันแรกๆดีกว่านะ

**ถ่ายที่หน้าเวิลเทรด**
คือช่วงนั้นที่คบกันใหม่ๆเนี่ยไปเวิลเทรดกนทุกวัน จนเราคิดว่าถ้ามีลูกคนแรก
จะให้ชื่อน้องเวิลเทรด 555

**ที่ดรีมเวิล**
กาเร็เป็นคนชอบแกล้งเรา
เป็นไรไม่รู้ตั้งแต่คบกันใหม่ๆที่ดูเป็นคนขี้เขินหายไปเร็วมาก
มาหลังๆแกล้งเราตลอด จนเราบ่น แต่ก็ยังเขินกับคนอื่นๆ
คนส่วนใหญ่ชมว่ากาเร็ธน่ารักมากนิสัยดี มีมารยาท เรียบร้อย
เราล่ะหมั่นใส้เวลาอยู่กับเราไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย ให้ตายสิ 555

**ที่บ้านเรา**
กาเร็ธไปบ้านเราครั้งแรก ประหม่าน่าดูเลย แต่ทุกคนก้รักว่าที่ลูกเขย อิอิ
ชอบรูปนี้มากเพราะเราสองคนดูหน้าเด็กกันมาก
ดูผมเราสิเด้งเชียว555

**รูปคู่หวานแหวน**
กาเร็ธชอบรูปนี้ ถ่ายตอนที่กาเร็ธกะจอห์นมารับเราปส่งที่สถานีรถไฟกลับบ้าน
ตอนปีใหม่ ตอนที่รถไฟจะออกกาเร็แอบหอมแก้มแล้วบอก I will miss you.
13.คบกันนานมั้ยถึงตกลงแต่งงานกัน
คบกันไม่นานเท่าไหร่ถึงแต่งงานกัน เล่าอีกหน่อยละกัน เนื่องจากว่ากาเร็ธต้องกลับ
นิวซีแลนด์ในวันที่ 3 มกราคม 45 เราสองคนเลยต้องห่างไกลกัน

**กาเร็ธกลับ Christchurch**
ส่วนเราอยู่นี่

**บางกอก**
ตอนที่เรไปส่งกาเร็ธที่สนามบินเป็นเวลาที่เศร้ามาก กาเร็กอดเราแน่นก่อนขึ้นเครื่อง
และบอกเราว่าสัญยาว่าจะกลับมาหาเราปลายปีนี้
เราก็เศร้านะแต่ฏ้มั่นใจว่ากาเร็ธต้องรักษาสัญญา

**ก่อนกลับให้เจ้านี่ไว้แทนตัว**
ตอนที่ห่างกันก็ติดต่อกันตลอด เราสัญญาว่าจะเขียนจดหมายหากาเร็ธทุกวัน
ไม่ได้ทำตามสัญยาแต่ก็เขียนเยอะมาก มากกว่า 100 ฉบับ กาเร็ธไม่ชอบเขียนจดหมายแต่
ก็เขียนหาอาทิตย์ละครั้ง กาเร็ธจะส่งข้อความมาหาทุกเช้า ปลุกเราทุกวัน ถ้าวันไหนกาเร็ธไม่ส่ง
ข้อความมาหาเราก็จะนอนไม่ยอมตื่น 555 เราส่งข้อความหากันจนเราหมดตัวกับค่าโทรศัพท์ 555
เราจะส่งข้อความส่งกาเร็ธเข้านอนทุกคืนเหมือนกัน คือกาเร็ธถ้าเราไม่ส่งข้อความก็ไม่ยอมนอน
บางทีที่โทรศัพท์ของเราหมดแบ็ตกาเร็ธก็จะเป็นกังวลมากว่าเกิดอะไรขึ้น
เราก็เหมือนกันถ้ากาเร็ธไม่ส่งข้อความมาก็จะกระวนกระวาย
กาเร็ธโทรหาอาทิตย์ละครั้งตอนวันเสาร์บ่าย เราไม่ไปไหนเลยรอโทรศัพท์กาเร็ธ
ตอนนั้นพ่อแม่กาเร็ธรู้แล้วว่ากาเร็ธมีแฟนอยู่ที่เมืองไทย แม่เป็นคนส่งจดหมายให้กาเร็ธ
ช่วงสงกรานต์เราไปอยู่กะพี่สาวไม่ได้ส่งจดหมาย แม่กาเร็ธเริ่มกังวลว่าลูกเลิกกะแฟนแล้วเหรอ 555
กาเร็ธกลับไปนิวซีแลนด์ก็ทำงานเก็บเงินแล้วบอกเราว่าวางแผนเรียบร้อยแล้ว จะกลับมาหาเราวันที่
ปลายปีก็ตกลงว่าจะมาวันที่ 23 พฤศจิกา เราทำปฏิทินรอเลยล่ะ แบบว่าขีดออกทีละวัน
ได้เรียนรู้ว่าการรอคอยมันทรมานมากก็ตอนนั้นแหละ คิดถึงกันแทบแย่
แต่เราว่าดีนะที่เราห่างกันเพราะมันเป็นการพิสูจน์ว่าเราสองคนรักกันแค่ไหน
และรู้ว่าเราสองคนมีความสำคัญมากๆของกันและกัน
ยิ่งห่างกันก็ยิ่งทำให้รักและคิดถึงกันมากกว่าเดิม

**ดอกไม้ช่อแรกจากกาเร็ธ**
วันวาเล็นไทน์กาเร็ธส่งดอกไม้มาให้ ช่อใหญ่และสวยมาก
ส่งไปที่ทำงานเรา เราโดนล้อทั้งวันเลย แต่ก็ดีใจมาก
เราเก็บดอกไม่ช่อนั้นไว้อย่างดี แต่เสียดายมากที่ต้องทิ้งเพราะ
เราเอาดอกไม้ช่อนั้นเข้านิวซีแลนด์ไม่ได้
มาเล่าเรื่องต่อแล้วกันนะอย่าเพิ่งเบื่อกันล่ะ
และแล้วก็ถึงวันที่กเร็ธกลับมาเมืองไทย เรานอนไม่หลับเลย
ตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจอหน้ากันก็เขินๆแต่ก็คิดถึงกันมาก
ตอนนั้นเราสองคนคุยๆกันกาเร็ธบอกว่าตอนกลับจะพาเรากลับด้วย
เบอกว่าเราจะไปก็ต่อเมือเราสองคนแต่งงานกันแล้วเท่านั้น
สรุปเราสองคนคบกันประมาณปีเดียวเองเนอะถึงแต่งงาน
14.เค้าขอแต่งงานยังไง
เขียนไปเขียนมาเหมือนเราขอกาเร็ธแต่งงานเลย 555
คือไม่มีการขอแต่งงานเพราะว่ารู้ว่ายังงัยก็ต้องแต่งกันอยู่แล้ว
น่าเสียดายจังไม่งั้นเราคงเขียนได้อีกหลายหน้า อิอิ
15.แล้วตอบไปว่าอย่างไร
แงๆไม่ได้ตอบเลยเพราะไม่ได้ขอ น่าเสียดาย
ไม่งั้นจะวิ่งตะโกนทั่วตลาดเลยว่า Yes Yes Yes
16.ประทับใจผู้ชายคนนี้ยังงัยถึงตกลงปลงใจด้วย
ไม่อยากบอกเลยว่ากาเร็ธเป็นผู้ชายในฝันเราเลยคือไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เจ้าชู้
ไม่เที่ยว เป็นคนขี้เล่นมาก เข้ากันได้ดีกับครอบครัวเราและเพื่อนเรา เป็นคนพูดจริงทำจริง ตรงต่อเวลา
ไม่เคยโกหก เป็นคนไม่คิดมาก พอแล้วๆเรื่องชมสามีนี่เราถนัด คงชมได้ทั้งวัน 555
17.แล้วแต่งงานกันเมื่อไหร่
28 มีนาคม 2546 ที่บ้านเราเองจ้า
18.การ์ดแต่งงานหน้าตาเป็นยังงัย

**ด้านใน**

**ด้านนอก**
เลือกกันอยู่นานได้การ์ดอันนี้เราตัดสินใจไม่ถูกกาเร็เลยบอกเอาอันนี้แล้วกัน
19.แล้วของชำร่วยล่ะเป็นยังงัย ทำไมถึงเลือกอย่างนี้

**ของชำร่วย**
เลือกเป็นเทียนค่ะเพราะเราคิดว่าเทียนเป็นสัญลักษณ์ของแสงสว่าง
ที่จะนำทางชีวิตคู่ของเราทั้งสอง
20.งานแต่งงานมีธีมหรือเปล่า ถ้ามีเป็นยังงัย
ไม่มีเลยจ๊ะ ที่จริงไมอยากจัดงานใหญ่ด้วยซ้ำแค่อยากมีครอบครัวกะเพื่อนสนืทก็พอ
แต่พ่กกะแม่อยากให้จัด ก้อจัดแบบตามใจฉันเป็นพิธีไทยแบบทางใต้น่ะ
แล้วก็เลี้ยงโต๊ะจีนกลางคืน
21.มีงานไหนหรือเจ้าสาวคนไหนที่ปรทับใจ จนเอามาเป็นแบบอย่างบ้าง
ไม่มีเลยจ้า ไม่ชอบเลียนแบบใคร จัดไปตามที่เราจัดได้แค่นั้นเอง
22.ขอดูรูปแต่งงานหน่อยได้ปะ
ได้สิคะนี่เลยค่ะ

**กาเร็ธจูงมือไปไหนเนี่ย**

**เล่นชักเย่อกัน**

**โชว์ความแข็งแรงยกเจ้าสาว**

**แต่งกะสาวไทยก็ต้องแต่งชุดไทย**

**หวานเชียว**

**รับแขกหน้างาน**
เราสองคนไม่ค่อยคิดมากเรื่องแต่งงานเลยแค่อยากแต่งแบบง่ายๆ
คือไม่ได้วางแผนเรื่องงานกันมาก กลับไปหาฤกษืหายามจกผู้ใหญ่ที่บ้านแล้วก็
ไม่วางแผนอะไรเลย ไปร้านจัดแต่งงานเขายังตกใจกันเลยทำไมมันกระชั้นชิดอย่างนี้ 555
แล้วไม่วางแผนอะไรเลย แหมเราไม่ด้คิดว่าการแต่งงานมันสำคัญขนาดนี้นี่นา
เราผ่านอะไรที่สำคัญกว่าคือการรอคอยมาแล้วเลยไม่ค่อยตื่นเต้นกับอย่างอี่นมากนัก
แต่งานแต่งของเราสองคนก็ผ่านไปด้วยดีและมีความสุขกันมากที่สำคัญทำให้พ่อแม่เรามีความสุขก็ดีที่สุดแล้ว
23.แต่งงานแล้วไปฮันนีมูนที่ไหน
แต่งแล้วไม่ได้ฮันนีมูนเลยจ้า เรายังทำงานอยู่ไม่อยากลางานเพราะเดี๋ยวก็ไปอยู่นิวซีแลนด์
ก็ถือเป็นการฮันนีมูนตอนนั้นแล้วกัน อิอิอิอิ
24.ขอดูรูปฮันนีมูนหน่อย
ไม่ได้ไปฮันนีมูนเลยไม่มีรูปจ้าขอลงรูปที่เรากับกาเร็ธไปเที่ยวกันเฉยๆนะ

**ที่ Akaroa**

**Akaroa**

**Hamner Spring**

**Botanic Park**
จะบอกว่าเราสองคนไม่ค่อยมีรูปคู่เลยเพราะกาเร็ธไม่ชอบถ่ายรูป
25.ตอนนี้แต่งงานันมากี่ปีแล้ว
เพิ่งฉลอง 5 ปีไปเมื่อ 28 มีนา ปีนี้จ้า

**ขอขวัญที่ให้กันและกันในวันครบรอบ 5 ปี**
26.มีลูกหรือยังตั้งใจจะมีกี่คน

**ลูกสาวของเรา**
ตอนนี้มีคนเดียว ผิวเหมือนแม่แต่หน้าตาเหมือนพ่อมาก 555555
พูดเสียเสียหายหมดเลยเราเนี่ย ตอนนี้ยังไม่มีลูกค่ะตั้งใจจะมีสักสองคน
อยากมีลูกสาวทั้งสองคนเลย
27.ขอดูรูปครอบครัวหน่อยจิ
มีกันแค่ 2 คนดูแค่นี้ละกันนะ

**เมื่อคริสมาสปีที่แล้ว**
28.บอกรักสามีครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
เมื่อกี๊นี้เองเขียนแล้วรู้สึกรักสามีมากจริงๆ 555
บอกๆไปว่า Do you know that I love you ore and more everyday
สามีตอบกลับมาว่า Oh well me and Boy don't love you
กาเร็ธเป็นอย่างนี้ทุกที ปากแข็งชะมัดเลยคนอะไร
ทีเมื่อก่อนนะบอกรักเราทุกวัน วันละหลายครั้ง อิอิ
29.ถ้าจะขอสามีสองอย่างจะขออะไร
อ้อขออย่างเดียวช่วยเราผลิตลูกเร็วๆหน่อย 555
30.อยากให้สามีเปลี่ยนอะรในตัวบ้าง
ไม่ขอเลย ขอให้สามีเป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้วสำหรับเรา
กาเร็ธยังไม่เคยขอให้เราเปลี่ยนแปลงอะไรเลยเหมือนกัน
31.แล้วจะส่งไปให้ใคร 4 คน
ขอไม่ส่งนะจ๊ะเพราะเท่าที่ดูใครๆก็ทำกันหมดแล้ว
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องราวความรักของเรานะจ๊ะ
อย่าเพิ่งเบื่อกันเสียก่อนล่ะ ดีใจมากที่ทำการบ้านเสร็จขอไปตามครูมาตรวจการบ้านก่อนนะคะ
มีความสุขกันมากๆและมีความรักที่สวยงามกันทุกคนค่ะ